The giving to infinite

Last updated: Nov 4, 2019  |  511 จำนวนผู้เข้าชม  |  Men and Machine

The giving to infinite

ในอดีต นักกีฬามอเตอร์สปอร์ตเกือบทุกคนต้องเริ่มต้นจากโก-คาร์ท ในฐานะที่สิงห์ยังคง
ให้การสนับสนุนการแข่งโก-คาร์ทระดับเยาวชนมาอย่างต่อเนื่อง, คุณวรวุฒิมองว่า โก-คาร์ท ยังคงเป็น
แทรดิชั่นของนักแข่งรถรุ่นใหม่ๆ อยู่หรือไม่ และอยากให้เด็กไทยเห็นความสำคัญของพื้นฐานใน
จุดนี้อย่างไรบ้าง

ทางสิงห์ให้การสนับสนุนกีฬาหลายๆ ประเภท ไม่ได้จำกัดว่าเป็นกีฬามอเตอร์สปอร์ต คิดว่าทุกคนก็ทราบดี
กันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นกีฬากอล์ฟ กีฬาแบดมินตัน กีฬาคนพิการ และกีฬาอีกหลาย ๆ ประเภทที่เราให้
การสนับสนุน กีฬาก็ถือเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้วนะครับ ช่วยเรื่องสุขภาพร่างกายแล้วก็เอามายึดเป็นอาชีพได้ด้วย
แต่ที่น่าสนใจก็คือในเรื่องของกีฬาด้านมอเตอร์สปอร์ต ทุกวันนี้เราเริ่มเห็นในฝั่งเอเซียว่า

กีฬาประเภทนี้มีการเจริญเติบโตที่ดี มีคนให้ความสนใจและให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว โดยเฉพาะ
กีฬาความเร็วระดับมอเตอร์สปอร์ตยอดนิยมที่เรียกกันว่า Formula one ที่มีแข่งขึ้นอยู่ในหลายประเทศ
ในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์, มาเลเซีย, จีน, เกาหลี, อินเดีย, อาบูดาบี แล้วก็ญี่ปุ่น ผมคิดว่าในอนาคต

เราก็น่าจะเห็นกีฬาประเภทนี้เป็นที่รู้จักดีมากขึ้นในฝั่งอาเซียน โดยเฉพาะในประเทศไทยวันนี้เราก็มีสนามบุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ก็ถือว่าเป็นสนามที่สร้างความฮือฮาให้กับวงการมอเตอร์สปอร์ต เพราะที่ผ่านมา
บ้านเราไม่ได้มีสนามมาตรฐาน FIA เรามีแค่สนามพีระ ซึ่งทุกวันนี้ก็อาจจะยังไม่ได้มาตรฐานระดับที่จะมาแข่งขันในรถประเภท F3 หรือ F1 สนามบุรีรัมย์ถือเป็นสนามที่อยู่ในมาตรฐานที่จะใช้แข่งได้ นอกเหนือจากนั้นเราก็จะมีสนามในเมือง ‘สนามบางแสน’ ซึ่งเท่าที่ผมทราบในปีนี้ก็เป็นสนามที่อยู่ในมาตรฐาน F3 แล้ว ก็ต้องรอยืนยัน จากทางผู้จัดอีกครั้งหนึ่ง

สิ่งเหล่านี้ทำให้ทางสิงห์เล็งเห็นความสำคัญของกีฬามอเตอร์สปอร์ต เราอาจจะเข้าไปสนับสนุน
ทีมแข่ง รายการแข่ง แต่เราก็ละเลยไปพอสมควรกับเรื่องของเยาวชน เรามีการสนับสนุนเยาวชนในกีฬาหลายๆ แขนง แต่มอเตอร์สปอร์ตเราเพิ่งมาเริ่มทำในปีนี้นั่นก็คือ รายการ สิงห์ จูเนียร์ คาร์ท ชาเลนท์ ซึ่งเราได้นักแข่ง
ระดับโลก KIMI RAIKKONEN ที่สิงห์ได้เข้าไปเป็น Personal Sponsor ให้เกียรติมาร่วมงานนี้ด้วย
ก็ถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้น้องๆ เยาวชนตั้งแต่ 8 ขวบจนถึง 12 ขวบ ได้มีโอกาสเข้ามาแข่งขันกัน

โดยที่แทบจะไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรเลย ทางสิงห์จัดให้ทั้งหมดซึ่งก็ได้ผลตอบรับที่ดี นี่คือความสำคัญที่เรามอบให้กับ
เยาวชน ในมุมมองผมถ้าเราจะมุ่งมั่นพัฒนาวงการมอเตอร์สปอร์ต ต่อให้บ้านเรามีสนามที่ได้มาตรฐานมากขึ้น
แล้วเราไม่มีเยาวชนที่จะรองรับตรงนั้นมันก็ไม่มีประโยชน์ เราต้องการนักแข่งรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพไปสร้าง

ผลงานทั้งในและต่างประเทศ เพื่อประชาสัมพันธ์ประเทศไทยเราด้วยซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ย้อนกลับมาว่า
โดยพื้นฐานแล้วถ้ามองกลับกันว่าโกคาร์ทมีผลไหม ผมว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่นักแข่งระดับโลกหลายคน
ผ่านจุดนั้นมา อย่างเช่น Michael Schumacher แชมป์โลก Formula one 7 สมัย, SEBASTIAN VETTEL แชมป์โลก Formula one 4 สมัย, LEWIS, ALONSO, HAMILTON, KIMI RAIKKONEN, NICO ROSBERG ซึ่งล่าสุดก็มีนักแข่ง F1 ที่พัฒนาฝีมือโดยเริ่มต้นขึ้นมาจากโกคาร์ทนั่นคือ MAX VERS TAPPEN ตอนนี้เขาอายุ 18 ปีแล้ว ซึ่งขับให้กับทีม Red Bull Racing ฝีมือเขาตอนนี้ก็อยู่อันดับต้นๆ ของตาราง สิ่งนี้ก็บ่งบอกได้ชัดเจนอยู่แล้วว่า

โกคาร์ท มันมีผลมากน้อยแค่ไหน ซึ่งจริงๆ แล้วก็มีการแข่งขันต่อเนื่องมาอีกหลายระดับกว่าจะมาถึงจุดนี้
ทางสิงห์ให้ความสำคัญกับก้าวแรกของนักแข่งเยาวชนผ่านรายการ สิงห์ จูเนียร์ คาร์ท ชาเลนท์ ซึ่งเราก็จะทำอย่างต่อเนื่อง และในอนาคตก็จะพัฒนาไปเป็นอะคาเดมี่ในการสอนด้วยนอกเหนือจากการจัดแข่งเพียงอย่างเดียว แล้วเราก็จะเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ให้กับน้องๆ มีการโค้ชชิ่งอย่างเป็นจริงเป็นจัง กีฬามอเตอร์สปอร์ต
เป็นกีฬาที่มีค่าใช้จ่ายสูง เราก็ต้องคัดเลือกน้องที่มีแววจริงๆ แล้วก็พัฒนาเขาไปให้ถึงจุดหมายครับ


อะไรคือประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างชัดเจนของการเป็นสปอนเซอร์ให้กับทีมที่มีประวัติความสำเร็จยิ่งใหญ่
ยาวนานอย่าง Scuderia Ferrari ในการแข่งขัน F1 ฤดูกาล 2016

ก็ต้องย้อนกลับไปทีมแรกที่ทำให้คนรู้จักเรา นั่นก็คือทีม Red Bull Racing เราอยู่กับทีมนี้มาหลายปี ซึ่งนับตั้งแต่เราเข้าไปเป็นพันธมิตร ทีมเขาชนะมาตลอดต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 4 ปี ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีครับ เพราะเขาเป็นทีม Rookie ที่ไม่ได้มีใครรู้จักเขาตั้งแต่แรก แล้วเขาก็มา manage ทีมได้อย่างยอดเยี่ยมจนได้แชมป์ F1 ซึ่งสำหรับ ‘สิงห์’ เราเองก็เป็นแบรนด์ใหม่สำหรับคนทั่วโลกเช่นกัน ดังนั้นตอนเราเข้าไปอยู่กับเขา

ก็ถือว่าประสบความสำเร็จกันทั้งสองฝ่าย เราได้ภาพลักษณ์ที่ดีมีคอนเน็คชั่นต่างๆ เพิ่มขึ้น และมีคนรู้จักเรามากขึ้นในระดับโลก หลังจากนั้นเราก็รู้สึกว่า ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลงขยับไปลองทีมอื่นบ้าง ทุกอย่างเพื่อเป็นการหาประสบการณ์ การที่เราได้เข้าไปอยู่กับทีม Scuderia Ferrari ถือว่าเป็นที่สุดแล้วละของทีมในการแข่งขัน Formula one ถ้าไปถามนักแข่ง F1 ผมมั่นใจว่าทุกคนก็อยากไปจบอยู่ที่ทีมเฟอร์รารี่ เพราะทีมนี้มีที่มาที่ไป

มีตำนานเล่าขาน มีมนต์สเน่ห์ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ แบรนด์ของเขามีแฟนเบสที่เยอะมาก และเป็นแบรนด์ที่
มีความหมายมากกว่ารถ ซึ่งเขาเน้นแต่รถสปอร์ต รถซูเปอร์คาร์ ทีมแข่งรถของเขาก็เป็นทีมที่มีฝีมือในระดับท๊อปของวงการ Formula one มาอย่างยาวนาน การที่เราได้เข้าไปร่วมเป็นพันธมิตรกับเขา ทำให้เราเติบโตและ
มั่นคงมากขึ้นกว่าที่เราเคยเป็นอยู่ครับ ผ่านหลายๆ ด้านของเฟอร์รารี่ไม่ว่าจะเป็น รายการแข่งขัน Ferrari challenge, ทีม AF Corse ของเฟอร์รารี่ ในรายการ WEC และทีมแข่ง Scuderia Ferrari แล้วเขาก็เป็นที่สุดของแบรนด์รถซูเปอร์คาร์ ซึ่งที่ผ่านมาทีม Red Bull Racing เขาก็ทำได้ดีมาตลอดนะครับในวงการ Formula one แต่ถ้ามองกลับกันหากเราต้องการ move forward ทีม Scuderia Ferrari นั้นถือว่าเป็นทีมโรงงานที่ครบเครื่องและทำให้เราไปได้ไกลกว่า แล้วเขาก็เป็นมากกว่าทีม เขาเป็นองค์กร เป็นบริษัทผลิตรถยนต์ เขาไม่ได้เป็นบริษัทอื่นๆ แล้วมาทำทีมแข่งรถ นี่คือ core business ของเขา ซึ่งการที่เราเข้าไปอยู่กับเฟอร์รารี่นั้นก็เป็นอะไรที่ค่อนข้างจะปลอดภัย มั่นใจได้เลยว่าธุรกิจของเขาทำยาว แล้วสิงห์เองก็ตั้งเป้าไปสู่อนาคตที่จะเติบโตไปพร้อมกันกับเขา สิงห์อยากจะไปเติบโตในยุโรปในประเทศอังกฤษ เฟอร์รารี่ก็อยากจะเติบโตในเอเชียเหมือนกัน ซึ่งก็เป็นการเพิ่งพาอาศัยกันครับ


เบื้องหลังการเซ็นสัญญาเป็น personal sponsor ให้กับ Kimi Raikkonen มีความเป็นมาอย่างไร
KIMI เป็นคนติดต่อเราเข้ามาเองไม่ได้ผ่านเฟอร์รารี่ด้วยนะครับ แต่ด้วยความที่เขาเป็นนักแข่งของเฟอร์รารี่

และเราได้เข้าไปเป็นสปอนเซอร์ให้กับ Ferrari Challenge เมื่อสองปีที่แล้ว เรามีโอกาสได้เชิญ KIMI เข้ามาที่เลาจ์ของสิงห์ เขาเข้ามาแล้วก็ประทับใจวิธีการจัดเลาจ์ และวิธี communicate นักแข่งของเราที่แตกต่างจาก
สปอนเซอร์และบริษัทอื่นๆ ซึ่งตัวเขาก็เป็นนักแข่งที่เฮฮาปาร์ตี้มีความสนุกสนานแล้วก็มีดื่มบ้าง เขาก็เลย
ติดต่อเข้ามาว่าเราสนใจจะไปเป็นสปอนเซอร์ให้เขาหรือเปล่า ซึ่งทุกคนรู้จักดีอยู่แล้วว่า KIMI เป็นนักแข่งที่มี
คาแร็คเตอร์มากๆ มีแฟนเบสเยอะที่สุดในบรรดานักแข่ง Formula one ในวันนี้ เขาเป็นนักแข่งที่ขับให้ทีม
เฟอร์รารี่ และเป็นแชมป์โลกด้วย ตอนนั้นสิงห์เองก็มีโครงการที่อยากจะสร้างเด็กรุ่นใหม่ให้วงการ
มอเตอร์สปอร์ตในบ้านเรา มีการวางแผนเรื่องของการจัดกิจกรรมที่พัฒนาเยาวชนโดยมุ่งเน้นไปที่โกคาร์ท เราก็
เห็นเป็นเรื่องดีที่ KIMI เข้ามา เพราะเขาจะเข้ามาช่วย endorse ให้กับเด็กๆ ได้เจอนักแข่งระดับโลกที่เป็นที่รู้จักมากเลยทีเดียวแล้วเราก็จะทำอย่างต่อเนื่อง ก็ถือเป็น chemistry ที่ลงตัวระหว่าง KIMI กับสิงห์ และทาง KIMI เขาก็ให้ความร่วมมือกับเราได้อย่างมืออาชีพ ส่วนตัวผมคิดว่าเมื่อปีที่แล้วที่เขาเข้ามาบ้านเราทุกคนรวมไปถึงสื่อให้ความสนใจเป็นอย่างดี ช่วงปลายปีนี้ KIMI ก็จะกลับมาอีกครับ และเป็นเรื่องน่ายินดีที่เขาต่อสัญญากับเราไปเพิ่มอีกปีหนึ่ง

MotoGP ฤดูกาล 2015 มีเหตุการณ์ที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ช่วงท้ายฤดูกาล
(ระหว่าง Rossi กับ Marquez) ทำให้เรตติ้งของผู้ชมการถ่ายทอดสด MotoGP สนามสุดท้ายสูงสุด
อย่างมีนัยยะ คุณวรวุฒิมองว่า 'entertainment factor' เหล่านี้จำเป็นต่อมอเตอร์สปอร์ต
ในโลกยุคปัจจุบันหรือไม่ และสปอนเซอร์ต้องการประเด็นเหล่านี้มากน้อยเพียงใด

ไม่ว่าจะเป็นกีฬาอะไรก็ตามนะครับ ถ้าเกิดนักกีฬามีคาแร็คเตอร์เป็นตัวของเขาเองที่ชัดเจน
มันก็จะสร้าง Awareness ให้รายการนั้นๆ แต่มันก็ต้องรวมไปถึงแฟนๆ ที่เค้ารับชมอยู่ด้วย ในเคสของ
Rossi กับ Marquez ถ้าถามว่าเป็นเรื่องที่ดีต่อแฟนๆ ในสนาม ก็ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่สามารถเอามาต่อยอด
และสร้าง rating ให้กับรายการทำให้ทั้งผู้จัด และสปอนเซอร์ได้ประโยชน์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีแน่นอนอยู่แล้ว
แต่ว่ามันก็ขัดแย้งกันกับเรื่องการเป็นนักกีฬาที่มีความมุ่งมั่น แต่ยังต้องมีระเบียบวินัย เพราะสิ่งที่ Rossi
ทำนั้น เป็นเรื่องที่เกิดจากอารมณ์ที่เกิดขึ้นในสนามทำให้มีเรื่องราวให้พูดต่อกันไปได้อีก สร้างความสนใจให้กับ
ผู้ชมที่ไม่ได้ลงลึกมากกลับมาสนใจมากขึ้น ผมว่ามันเป็นเรื่องที่ดี แต่กลับกันมันก็ต้องมีน้ำใจนักกีฬาบ้าง Rossi เป็นคนของประชาชน มีทั้งกล้องมีทั้งการถ่ายทอดสด คนเขาก็เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างก็ทุกกีฬาครับ
โดยเฉพาะกีฬารถแข่งถ้ามันมีอะไรเกิดขึ้น เช่น มีคู่ปรับที่มีฝีมือใกล้เคียงกันมาแข่งขันกันอย่างใน Formula one ก็จะมี Michael Schumacher กับ Mika Hakkinen, Fernando Alonso กับ
Kimi Raikkonen คือแต่ก่อนนักแข่งจะดูน่าเบื่อ สไตล์การแต่งตัว คาแร็คเตอร์เดิมๆ แต่ ณ วันนี้มา
เราก็จะเห็นมีคาแร็คเตอร์การแต่งตัวที่มีแฟชั่นมากขึ้น อย่าง Hamilton ก็จะเจาะหู ห้อยสร้อยคอสไตล์
Hip Hop ตัดผมแปลกๆ ซึ่งการมีคาแร็คเตอร์ที่ชัดเจนเหล่านี้ มันทำให้เกิด impact ได้

จากความสำเร็จที่ผ่านมาของแซนดี้ สตูวิค, ในฤดูกาลนี้ บูม-กันตธีร์ กุศิริ จะเป็นตัวแทนคนไทย
ลงทำการแข่งขันรายการ European F3 Open สิงห์มีมุมมองอย่างไรต่อการผลักดันนักกีฬาไทย
สู่มอเตอร์สปอร์ตประเภท single-seat ให้มากขึ้น
เราให้ความสำคัญในทุกระดับครับ อย่างที่ทราบกันว่า เราผลักดันรายการ สิงห์ จูเนียร์ คาร์ท ชาเลนท์
เพื่อพัฒนาเยาวชนมาอย่างต่อเนื่อง ในมุมมองผม single-seat ก็เป็นประเภทการแข่งขันรถยนต์ที่คนให้
ความสำคัญ แต่อาจจะไม่มากเท่ารถยนต์ GT เพราะว่ารถ single-seat หรือรถล้อเปิดนั้นเป็นรถที่จับต้องยากหาดูยาก แต่รายการแข่งขัน Formula 3, Formula Renault และ Formula one ก็ถือเป็นที่สุด
ของการแข่งขันรถ ถ้าเริ่มก็ต้องเริ่มจากตรงนี้ละ ซึ่งทางสิงห์เองก็ให้ความสำคัญมาโดยตลอด อย่างแซนดี้
เคราแก้ว สตูวิช เราก็ซัพพอร์ตจนเขาเป็นแชมป์โลก F3 แล้วในตอนนี้ก็วิ่งอยู่ใน GP3 อีกอย่างหนึ่งในทุกสนามแข่งขันรถยนต์ไม่ว่าจะเป็นสนามบุรีรัมย์ในเมืองไทย หรือจะสนามแข่งรถอื่นๆ ในต่างประเทศต่างก็สร้างออก

มารองรับการแข่งขันรถประเภทนี้ทั้งนั้น นี่คือภารกิจสำคัญของสิงห์ที่มุ่งมั่นผลักดันให้มีนักกีฬาไทยเข้า
ไปร่วมการแข่งขันในรายการระดับโลกอย่าง Formula one ให้ได้ในอนาคต
สภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทั่วโลก มีผลต่อบรรยากาศการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตรายการใหญ่ๆ
ในฤดูกาลนี้หรือไม่ และมีผลกระทบกับรายการเล็กๆ มากน้อยเพียงใด
ถ้าในระดับโลกผมมองว่ายังไม่กระทบอะไรครับ อย่างรายการ Formula one หรือ Moto GP

เราก็ได้ข่าวมาว่าจะมีเพิ่มสนามในการแข่งขันขึ้นไปอีก ซึ่งโดยภาพรวมอาจจะดูว่าเศรษฐกิจอาจจะทรงๆ อาจจะ
มีบางที่มีข่าวไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ แต่โดยภาพรวมคนยังให้ความสำคัญ ธุรกิจก็ยังต้องเดินหน้าต่อไป

แล้วผมก็คิดว่า รายการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตอย่าง Formula one หรือ Moto GP ก็ถือว่าเป็นเครื่องมือในการทำตลาดและโฆษณา นั่นก็เป็นสาเหตุว่าทำไมเขายังอยู่ได้ เพราะคนดูยังให้ความสำคัญ ถ้าดูอย่าง
เมืองไทยก็มีรายการเล็กๆ น้อยๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเจริญเติบโตของวงการ
มอเตอร์สปอร์ตด้วยนะครับ ในบ้านเราก็ดี ในเอเซียก็ดี และทั่วโลกด้วย
สิงห์มีมุมมองอย่างไรถ้านักกีฬาไทยจะก้าวกระโดดไปแข่งในรายการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก
ในลักษณะ 'Pay driver'
ทำไม่ได้หรอกครับ ทุกอย่างต้องเป็นขั้นเป็นตอน ยิ่งการแข่งขันในเวทีระดับโลก คุณต้องไต่เต้าขึ้นไปทีละระดับ คุณต้องเริ่มจากโกคาร์ท แล้วก็เข้าไปสู่วงการรถฟอร์มูลาร์คาร์ ไม่ว่าจะเป็น Formula 3,

Formula Renault, GP2, GP3 ไปจนถึง Formula one ทุกวันนี้สิ่งที่ผมได้จากการสนทนากับนักแข่ง
ระดับโลกมานะครับ เขาบอกว่านักแข่งเกินกว่าครึ่งต้องหาสปอนเซอร์เข้ามาเพื่อให้ตัวเองได้เข้าไปแข่ง คำว่า
Pay driver คุณต้องเป็นระดับ Top Driver จริงๆ มีประสบการณ์จริงๆ แล้วก็มี talent พูดง่ายๆ
เกิดมาเพื่อแข่งทั้งชีวิต ซึ่ง Pay driver ที่อยู่ในกริดทีได้กันเยอะๆ มีอยู่ไม่กี่คนเอง มี Fernando
Alonso, Kimi Raikkonen, Sebastian Vettel, Lewis Hamilton แล้วก็มี Nico Rosberg นี่คือระดับ Pay driver จริงๆ แต่ทุกวันนี้ที่นักแข่งไทยไปแข่งกันในต่างประเทศเนี่ย ก็ต้องควักเนื้อกันทั้งนั้น

เพราะสปอนเซอร์เองก็ดี องค์กรระดับภาครัฐภาคเอกชนอาจจะยังไม่ได้ให้ความสำคัญมาก เพราะยังถือว่าเป็น
กีฬาที่ยังไม่ได้กว้างมาก สิ่งนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้วงการมอเตอร์สปอร์ตในบ้านเราเติบโตช้า

ถ้าเกิดได้การสนับสนุนจากภาครัฐภาคเอกชนมากขึ้น ผมคิดว่า นักแข่งเก่งๆ ในบ้านเรา มีเยอะที่สามารถจะพัฒนาขึ้นมาได้ แต่เขาแค่ไม่ได้มีโอกาส สิงห์เองก็เป็นองค์กรของภาคเอกชน เราก็ไม่มีกำลังที่จะเข้าไปสนับสนุน
ได้ครอบคลุม จะเป็นเรื่องที่ดีมากนะครับ ถ้าเราได้มีโอกาสเห็นนักแข่งไทยได้ไปแข่งในระดับ Formula one
ยกตัวอย่างนักแข่งในประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างอินโดนีเซีย Rio Haryanto สังกัดทีม MRT MERCEDES
เขาได้รับการซัพพอร์ตที่ไม่ใช่แค่ภาครัฐภาคเอกชน แต่ได้ซัพพอร์ตจากคนทั้งประเทศ เขาใช้คำว่า ‘Charity’
ซึ่งเป็นการรวบรวมรายได้มาให้นักแข่งคนนี้ เพื่อให้เขาได้มีโอกาสไปแข่งและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ
ซึ่งผมมองว่านี่ก็เป็นไอเดียหนึ่งที่ค่อนข้างครีเอทีฟเลยละ

ศักยภาพด้านใดของ AEC ที่จะสามารถมีอิทธิพลต่อรายการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก อย่างเช่น F1 ได้ในอนาคต เหมือนเช่นที่ประเทศจีนกำลังมีบทบาทอย่างมากในปัจจุบัน
ผมคิดว่าการรวมตัวของประเทศ AEC เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเกิดแต่ละประเทศสามารถร่วมมือกันทำให้
มีศักยภาพมากขึ้น มีความร่วมมือร่วมใจผลักดันกีฬามอเตอร์สปอร์ตอย่างจริงจังร่วมกัน เราคงให้เห็น Formula one มาจัดในเอเชียมากขึ้น อย่างน้อยตอนนี้เราก็มีรายการที่มาเลเซียและสิงคโปร์อยู่แล้ว ถ้าจะเกิดขึ้นในประเทศไทยบ้างก็คงจะดี เพราะบ้านเราก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามอยู่แล้ว ถ้าจะมีโอกาสจัดในบ้านเรา
มันไม่ใช่แค่ความร่วมมือระหว่างประเทศเท่านั้น อยู่ที่ภาครัฐในบ้านเราจะให้ความสำคัญในเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน ถามว่าการจัดกีฬามอเตอร์สปอร์ตระดับโลกนั้นมันสร้างรายได้มหาศาลให้แข่งขันได้ไหม มันทำไม่ได้หรอกครับ แต่สิ่งที่เราจะได้กลับมาคือการประชาสัมพันธ์ประเทศของเราในระดับโลกทำให้ชาวต่างชาติรู้จักประเทศเรา
มากขึ้น เศรษฐกิจในส่วนของการท่องเที่ยวก็จะเติบโตขึ้นตามไปด้วย ยกตัวอย่าง ถ้านักท่องเที่ยวไปชม
การแข่งขันที่ประเทศสิงคโปร์ เขาก็จะได้ชมการแข่งขันเท่านั้น แต่ถ้าเป็นประเทศไทยหลังจากชมการแข่งขันเสร็จ
เขาสามารถท่องเที่ยวชมวัดวาอาราม ชื่นชมวัฒนธรรม มีทะเล มีภูเขา ซึ่งมันวาไรตี้กว่าเยอะครับ

ยกตัวอย่าง MotoGP ฤดูกาลที่ผ่านมา ทางสิงห์ประเมินว่าการถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวีได้รับ
ความสนใจจากผู้ชมเป็นไปตามเป้าหมายที่สปอนเซอร์ตั้งใจไว้หรือไม่, การที่รายการมอเตอร์สปอร์ตอันดับ 1 อย่าง Formula One มักวางโครงสร้างลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดเป็นแบบระยะยาวซึ่งต้องใช้เม็ดเงินมหาศาล จะเป็นอุปสรรคต่อการถ่ายทอดสด F1 ในฟรีทีวีเมืองไทยหรือไม่อย่างไร
การที่เราเข้าไปเป็นสปอนเซอร์ในรายการแข่งขันใหญ่ๆ เราไม่ได้มองแค่การอยู่กับทีมแค่นั้น แต่มองถึงการ
ที่เราได้มีโอกาสเข้าไปรู้จักพันธมิตรอีกมากมาย ที่เป็นพันธมิตรระดับอินเตอร์เนชันแนล ระดับใหญ่จริงๆ เพราะ
ไม่ว่าจะเป็น Moto GP หรือทีมแข่งขัน เขาก็มีสปอนเซอร์อื่นๆ เข้ามา ทำให้เราได้พบปะเจอกันแลกเปลี่ยนความคิดกัน แล้วสิ่งนี้ก็จะนำพาเราไปสู่อะไรใหม่ๆ ในอนาคต ผมคิดว่านั่นคือเป้าหมายที่เราเลือกเข้าไปเป็นสปอนเซอร์ แล้วทางสิงห์เองก็ไม่ได้มีแค่ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม แต่เราแตกแขนงออกไปในธุรกิจหลายธุรกิจทำให้เราไปต่อยอดได้อีก แต่แน่นอนถ้าวัดกันที่ว่าแบรนด์เราไปอยู่ในรถคันใดคันหนึ่งแล้วตีมูลค่าออกมาได้ไหม ตีออกมาได้แล้ว

มันเกินกว่าที่เราจ่ายไปผมถือว่าดีมาก สำหรับใน Moto GP เป็นรายการแข่งขันที่เห็นสิงห์เยอะมาก มันเป็นการสร้าง Brand Awareness เพื่อที่เราจะไปโตในต่างประเทศด้วย ไม่ใช่แค่ในเมืองไทยอย่างเดียว ส่วนเรื่องการนำลิขสิทธิ์มาอันนั้นจะเป็นเรื่องของผู้ที่นำเข้า ผมไม่ได้มีประสบการณ์ในส่วนของมูลค่าการถ่ายทอดว่าจะเป็นเงินจำนวนเท่าไหร่ แต่คิดว่าไม่ว่าจะเป็น True ก็ดี ช่อง 3 ก็ดี เขาพยายามเต็มที่อยู่แล้วในเรื่องการนำกีฬาในแต่ละแขนงมาให้คนไทยได้รู้จักได้ชมกันครับ

 ในทัศนะของผู้สนับสนุน สิงห์มองว่าปัจจุบันกีฬามอเตอร์สปอร์ตเป็นกีฬายอดนิยมติดอันดับ
Top 10 ของคนไทยหรือยัง, การเพิ่มจำนวนผู้ชมให้มากขึ้นทั้งในสนามและเรตติ้งการถ่ายทอดสด
จำเป็นต้องอาศัยปัจจัยใดเป็นพิเศษ

ศักยภาพด้านใดของ AEC ที่จะสามารถมีอิทธิพลต่อรายการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก อย่างเช่น F1 ได้ในอนาคต เหมือนเช่นที่ประเทศจีนกำลังมีบทบาทอย่างมากในปัจจุบัน
ผมคิดว่าการรวมตัวของประเทศ AEC เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเกิดแต่ละประเทศสามารถร่วมมือกันทำให้

มีศักยภาพมากขึ้น มีความร่วมมือร่วมใจผลักดันกีฬามอเตอร์สปอร์ตอย่างจริงจังร่วมกัน เราคงให้เห็น Formula one มาจัดในเอเชียมากขึ้น อย่างน้อยตอนนี้เราก็มีรายการที่มาเลเซียและสิงคโปร์อยู่แล้ว ถ้าจะเกิดขึ้นในประเทศไทยบ้างก็คงจะดี เพราะบ้านเราก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามอยู่แล้ว ถ้าจะมีโอกาสจัดในบ้านเรา
มันไม่ใช่แค่ความร่วมมือระหว่างประเทศเท่านั้น อยู่ที่ภาครัฐในบ้านเราจะให้ความสำคัญในเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน ถามว่าการจัดกีฬามอเตอร์สปอร์ตระดับโลกนั้นมันสร้างรายได้มหาศาลให้แข่งขันได้ไหม มันทำไม่ได้หรอกครับ แต่สิ่งที่เราจะได้กลับมาคือการประชาสัมพันธ์ประเทศของเราในระดับโลกทำให้ชาวต่างชาติรู้จักประเทศเรา
มากขึ้น เศรษฐกิจในส่วนของการท่องเที่ยวก็จะเติบโตขึ้นตามไปด้วย ยกตัวอย่าง ถ้านักท่องเที่ยวไปชม
การแข่งขันที่ประเทศสิงคโปร์ เขาก็จะได้ชมการแข่งขันเท่านั้น แต่ถ้าเป็นประเทศไทยหลังจากชมการแข่งขันเสร็จ
เขาสามารถท่องเที่ยวชมวัดวาอาราม ชื่นชมวัฒนธรรม มีทะเล มีภูเขา ซึ่งมันวาไรตี้กว่าเยอะครับ

ยกตัวอย่าง MotoGP ฤดูกาลที่ผ่านมา ทางสิงห์ประเมินว่าการถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวีได้รับ
ความสนใจจากผู้ชมเป็นไปตามเป้าหมายที่สปอนเซอร์ตั้งใจไว้หรือไม่, การที่รายการมอเตอร์สปอร์ตอันดับ 1 อย่าง Formula One มักวางโครงสร้างลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดเป็นแบบระยะยาวซึ่งต้องใช้เม็ดเงินมหาศาล จะเป็นอุปสรรคต่อการถ่ายทอดสด F1 ในฟรีทีวีเมืองไทยหรือไม่อย่างไร

การที่เราเข้าไปเป็นสปอนเซอร์ในรายการแข่งขันใหญ่ๆ เราไม่ได้มองแค่การอยู่กับทีมแค่นั้น แต่มองถึงการ
ที่เราได้มีโอกาสเข้าไปรู้จักพันธมิตรอีกมากมาย ที่เป็นพันธมิตรระดับอินเตอร์เนชันแนล ระดับใหญ่จริงๆ เพราะ 
ไม่ว่าจะเป็น Moto GP หรือทีมแข่งขัน เขาก็มีสปอนเซอร์อื่นๆ เข้ามา ทำให้เราได้พบปะเจอกันแลกเปลี่ยนความคิดกัน แล้วสิ่งนี้ก็จะนำพาเราไปสู่อะไรใหม่ๆ ในอนาคต ผมคิดว่านั่นคือเป้าหมายที่เราเลือกเข้าไปเป็นสปอนเซอร์ แล้วทางสิงห์เองก็ไม่ได้มีแค่ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม แต่เราแตกแขนงออกไปในธุรกิจหลายธุรกิจทำให้เราไปต่อยอดได้อีก แต่แน่นอนถ้าวัดกันที่ว่าแบรนด์เราไปอยู่ในรถคันใดคันหนึ่งแล้วตีมูลค่าออกมาได้ไหม ตีออกมาได้แล้ว
มันเกินกว่าที่เราจ่ายไปผมถือว่าดีมาก สำหรับใน Moto GP เป็นรายการแข่งขันที่เห็นสิงห์เยอะมาก มันเป็นการสร้าง Brand Awareness เพื่อที่เราจะไปโตในต่างประเทศด้วย ไม่ใช่แค่ในเมืองไทยอย่างเดียว ส่วนเรื่องการนำลิขสิทธิ์มาอันนั้นจะเป็นเรื่องของผู้ที่นำเข้า ผมไม่ได้มีประสบการณ์ในส่วนของมูลค่าการถ่ายทอดว่าจะเป็นเงินจำนวนเท่าไหร่ แต่คิดว่าไม่ว่าจะเป็น True ก็ดี ช่อง 3 ก็ดี เขาพยายามเต็มที่อยู่แล้วในเรื่องการนำกีฬาในแต่ละแขนงมาให้คนไทยได้รู้จักได้ชมกันครับ

ในทัศนะของผู้สนับสนุน สิงห์มองว่าปัจจุบันกีฬามอเตอร์สปอร์ตเป็นกีฬายอดนิยมติดอันดับ
Top 10 ของคนไทยหรือยัง, การเพิ่มจำนวนผู้ชมให้มากขึ้นทั้งในสนามและเรตติ้งการถ่ายทอดสด
จำเป็นต้องอาศัยปัจจัยใดเป็นพิเศษ