ไม่ใช่มีแค่ 911 Porsche เปิดพิพิธภัณฑ์ฉลองตระกูล Transaxle ย้อนยุครถเครื่องวางหน้าที่เคยแบกบริษัทไว้ทั้งแบรนด์!

Last updated: 15 พ.ค. 2569  |  99 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ไม่ใช่มีแค่ 911 Porsche เปิดพิพิธภัณฑ์ฉลองตระกูล Transaxle ย้อนยุครถเครื่องวางหน้าที่เคยแบกบริษัทไว้ทั้งแบรนด์!

หลายคนอาจมองว่า Porsche คือ 911 และไม่มีอะไรแทนได้ แต่ถ้าย้อนกลับไปช่วงปลายยุค 70s ถึง 90s จริงๆ แล้วรถที่ช่วย “แบกบริษัท” เอาไว้ กลับไม่ใช่ 911 ด้วยซ้ำ เพราะในช่วงเวลาที่ตลาดรถสปอร์ตเปลี่ยนหนัก ทั้งวิกฤตน้ำมัน ราคาน้ำมันพุ่ง และลูกค้าเริ่มต้องการรถที่ขับง่าย ใช้งานได้ทุกวัน Porsche เลยสร้างรถสปอร์ตหน้าเครื่องรุ่นใหม่ออกมา จนเกิดเป็นตระกูล 924, 944, 968 และ 928 ที่กลายเป็นรากฐานสำคัญของแบรนด์ในยุคนั้น


ล่าสุด Porsche Museum ที่เมือง Stuttgart ประเทศเยอรมนี เลยเปิดนิทรรศการพิเศษชื่อ “Forever Young. Celebrating Transaxle” เพื่อฉลองครบ 50 ปีของเทคโนโลยี Transaxle ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรถกลุ่มนี้ โดยงานเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม - 7 มิถุนายน 2026 และจะมี Pop-up Event รวมถึงกิจกรรมธีมยุค 80s ต่อเนื่องตลอดปี ทั้งรถแข่ง งานศิลปะ กราฟฟิตี้ และบรรยากาศสไตล์ Retro Motorsport แบบเต็มอารมณ์

จุดเด่นของรถ Porsche ยุค Transaxle คือการวาง “เครื่องยนต์ด้านหน้า แต่ย้ายเกียร์ไปไว้ด้านหลัง” แล้วเชื่อมกันด้วย Torque Tube ซึ่งช่วยบาลานซ์น้ำหนักหน้า-หลังได้ใกล้เคียงสมบูรณ์แบบ ทำให้รถขับนิ่ง เข้าโค้งแม่น และยังใช้งานทุกวันได้ง่ายกว่า 911 ยุคนั้น Porsche บอกว่าระบบนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่งยุคคลาสสิกอย่าง Ferrari 275 GTB และถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ล้ำที่สุดของแบรนด์ในเวลานั้น



เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นจาก Porsche 924 ในปี 1976 ซึ่งจริงๆ เดิมทีเป็นโปรเจกต์ร่วมกับ Volkswagen แต่สุดท้าย VW ถอนตัว Porsche เลยเอามาพัฒนาต่อเองจนกลายเป็นรถสปอร์ตที่ประสบความสำเร็จเกินคาด แม้จะโดนแฟน Porsche บางส่วนมองว่า “ไม่ใช่ Porsche แท้” เพราะใช้เครื่องยนต์พื้นฐานจาก VW/Audi แต่สุดท้าย 924 ก็พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นรถสปอร์ตที่บาลานซ์ดี ขับสนุก และเข้าถึงง่ายกว่ารุ่นใหญ่

จากนั้น Porsche ก็เปิดตัว 928 รถ Grand Tourer เครื่อง V8 ที่ครั้งหนึ่งถูกวางตัวให้มาแทน 911 ด้วยซ้ำ และมันยังเป็น Porsche รุ่นเดียวในประวัติศาสตร์ที่คว้ารางวัล European Car of the Year ได้สำเร็จ ก่อนที่ 944 จะเข้ามาต่อยอดความสำเร็จ ด้วยตัวถังที่ดูดุดันขึ้น ซุ้มโป่งกว้าง และเครื่องยนต์ 2.5 ลิตรที่ Porsche พัฒนาขึ้นเองจากพื้นฐาน “ครึ่งหนึ่ง” ของ V8 ใน 928 กลายเป็นรถที่ทั้งแรง ขับดี และขายดีที่สุดในกลุ่มนี้ โดย Porsche ขาย 944 ได้มากกว่า 160,000 คันทั่วโลก



ช่วงท้ายสายพันธุ์ถูกส่งต่อให้ 968 ซึ่งถือเป็นรุ่นที่สมบูรณ์ที่สุดของแพลตฟอร์มนี้ ทั้งช่วงล่าง เครื่องยนต์ และการควบคุม ก่อนสาย Transaxle จะปิดฉากลงในปี 1995 รวมระยะเวลาทั้งหมดเกือบ 20 ปี และยอดขายรวมเกือบ 400,000 คัน ซึ่งถ้ามองย้อนกลับไป รถพวกนี้คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Porsche อยู่รอดในยุคที่ตลาดรถสปอร์ตไม่ง่ายเลย

ภายในงาน Porsche ยังนำรถแข่งระดับตำนานอย่าง 924 GTP Le Mans และรถแรลลี่ของ Walter Röhrl มาจัดแสดงด้วย รวมถึงตกแต่งพื้นที่ด้วยธีมยุค 80s เต็มรูปแบบ ทั้งไฟนีออน เพลงยุค Retro และงานศิลปะสไตล์ Radwood ซึ่งสะท้อนวัฒนธรรมรถยนต์ในยุคนั้นได้ชัดมาก



ที่น่าสนใจคือปัจจุบันรถอย่าง 924 และ 944 เริ่มกลับมามีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ ในตลาดรถคลาสสิก เพราะหลายคนเริ่มมองเห็นคุณค่าที่แท้จริงของพวกมัน ทั้งในแง่วิศวกรรม ความบาลานซ์ในการขับ และความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของ Porsche จนตอนนี้มันกลายเป็น “ประตูสู่โลก Porsche” สำหรับนักสะสมรุ่นใหม่ ที่อาจยังเอื้อมไม่ถึง 911 คลาสสิก แต่ยังอยากได้รถที่มี DNA ของ Porsche แบบแท้จริง

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้