Forza Ferrari

Last updated: Nov 4, 2019  |  435 จำนวนผู้เข้าชม  |  Men and Machine

Forza Ferrari

 

ผมเชื่อว่าคนที่เป็นผู้ชายทั่วไปเกือบทุกคนมีความหลงใหลในซูเปอร์คาร์อยู่แล้ว และหนึ่งในแบรนด์ระดับท๊อปของโลก ผมเชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จักเฟอร์รารี่ แบรนด์ม้าลำพองที่หลายคนหลงรัก ตัวผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบเฟอร์รารี่เหมือนกัน แล้วเราก็มีความฝันตั้งแต่เด็ก ผมก็เฝ้ามองมาตั้งแต่ที่ศูนย์เฟอร์รารี่เปิด ตอนนั้นได้แต่มองอย่างเดียวไม่เคยเข้าไปเลย ได้แต่คิดอยู่ในใจว่าวันนึงถ้าเราพร้อม มีโอกาส มีกำลัง เราก็จะลองทำอะไรให้กับตัวเองดู

เป็นเหมือนกันไหมครับเวลาเราทำงานหนัก เราก็มักจะมีเป้าหมายของตัวเอง ส่วนหนึ่งผมไม่ได้มองรถว่าเป็นวัตถุหรืออะไร แต่ผมมองว่ามันเป็น Passions อย่างหนึ่ง เหมือนเป็นแรงขับเคลื่อนให้เราก้าวไปข้างหน้า ไม่ว่าเราจะทำงานหรือทำอะไร ของพวกนี้ทำให้เราผลักดันตัวเองให้ก้าวข้ามลิมิตของตัวเองไปข้างหน้า พอได้มาเราก็รู้สึกว่าประสบความสำเร็จในสิ่งที่เราทำ ซึ่งเป็นการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง

ตอนนั้นผมถามตัวเองก่อนนะ ว่าเราอยากได้รถอะไรมากที่สุดถ้าวันนึงเราพร้อม แน่นอนว่า แบรนด์ม้าลำพองคือคำตอบในใจ ซึ่งผมเองก็ตัดสินใจมาที่คาวาลลิโนได้พบกับพี่บิ๋มและพี่จ้ะ ซึ่งพี่เขามีความเมตตาต่อผม และดูแลรถเราดีมาก เซอร์วิสรถเราดีเหมือนกับเซอร์วิสรถตัวเอง ที่นี่เป็นเหมือนครอบครัวใหญ่ เราได้เจอกับเพื่อนๆ ที่มีใจรักแบรนด์เฟอร์รารี่เหมือนกัน ได้กลุ่มเพื่อนสังคมที่มี Passions เหมือนกัน นั่นก็เป็นเหตุผลที่เรารู้สึกรักแบรนด์นี้

เฟอร์รารี่เป็นแบรนด์เดียวที่เกิดมาเป็นรถซูเปอร์คาร์สายพันธุ์รถแข่ง ดูจากประวัติศาสตร์อันยาวนานและตำนานเล่าขานของพวกเขา เฟอร์รารี่กำเนิดมาเป็นรถแข่งอย่างเต็มภาคภูมิ บางยี่ห้ออาจจะเป็นรถในการเกษตรมาก่อน มีรถแทรกเตอร์หรือรถอื่นๆ แต่เฟอร์รารี่นั้นไม่เคยทำอะไรแบบอื่นนอกจากรถซูเปอร์คาร์อย่างเดียว เพราะฉะนั้นผมว่าในเรื่องความเป็นมาของแบรนด์เฟอร์รารี่มีเรื่องเล่าเยอะมาก ส่วนในเรื่องของงานดีไซน์โดยส่วนตัวผมเป็นศิลปิน เราก็ชอบอะไรที่เรารู้สึกว่าดีไซน์งดงาม นี่เป็นเรื่องของศิลปะ เมื่อเรามองรถของเฟอร์รารี่ทุกคัน เรารู้สึกถึงประติมากรรมยานยนต์ เส้นสายต่างๆ บนบอดี้ ทำให้เรามีความสุขที่ได้ชมอยู่ตลอด

ส่วนตัวผมเป็นคนขับรถน้อยมาก ปีหนึ่งอาจจะขับแค่ 100 กิโลเท่านั้น ผมไม่ได้มีแค่รถอย่างเดียว ผมต้องการทำบรรยากาศโรงรถ ทำการดำเนินชีวิต ทำไลฟ์สไตล์ให้เป็นลักษณะเดียวกันหมด สิ่งนี้ทำให้ผมความสุขทุกครั้งที่เข้ามา คงจะเหมือนกับพี่หนู ชญานิน ที่เป็นแบบอย่างของผม เขาทำให้ผมมองแล้วคิดว่า นอกจากรถแล้วการาจก็ต้องสวยและเป็นธีมเดียวกัน และนั่นเองก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ผมตกแต่งการาจให้ออกมาในรูปแบบนี้

เมื่อก่อนผมทำรถคลาสสิกอยู่แล้ว ซึ่งก็เป็นการบิวท์เหมือนกันกับพี่หนู แต่ก็เป็นรถแบรนด์อื่นที่ไม่ใช่เฟอร์รารี่หรอกนะครับ เป็นรถโฟลค์ปี 1950 ที่เริ่มแกะออกมาทำตั้งแต่เริ่มต้นเหมือนกัน ซึ่งผมก็เข้าใจวิธีการทำที่มันมีความสุข แต่ว่ามันเหนื่อย เพราะทำรถแบบนี้ต้องใช้เวลาเยอะมาก ในอนาคตถ้ามีเวลาผมอาจจะบิวท์เฟอร์รารี่คลาสสิกสักคันเหมือนกันครับ สำหรับผมตอนนี้เลือกเล่นเฟอร์รารี่ที่ไม่ได้เก่าจนถึงขั้นคลาสสิก แต่ว่าเป็นรถที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งผมเลือกในลักษณะรถไลท์เวทที่มันดิบหน่อย แล้วก็ดูคาแรคเตอร์ของรถและคาแรคเตอร์ตัวเองด้วยซึ่งสิ่งนี้ต้องสะท้อนไลฟ์สไตล์ด้วยเช่นเดียวกัน

ผมมีแพลนว่าจะเก็บไลท์เวทเวอร์ชันให้ครบ ตอนนี้ก็กำลังหา 360 Challenge Stradale อยู่ ตอนนี้ผมมี 430 scuderia, 458 speciale ในอนาคตอาจจะกระโดดไปเล่นพวก 488 ไลท์เวทประมาณนี้ครับ ถามว่ามีความคิดที่จะไปเล่นแบรนด์อื่นจริงจังไหม ผมมองว่าการเล่นหลายแบรนด์ การตกแต่งการาจจะไม่มีความเป็นเอกภาพ มันจะดูยุ่งเหยิงเกินไป ซึ่งที่ผมทำตอนนี้ก็อยู่ในธีมที่ไปด้วยกันหมดนะครับ ถ้าผมจะนำรถแบรนด์อื่นเข้ามาในบ้านก็คงต้องทำการาจขึ้นมาใหม่อีกที่ไปเลย เชื่อไหมครับว่าตอนที่ผมซื้อรถกับคาวาลลิโน ผมจอดทิ้งรถไว้ที่นั่นเกือบ 2 ปี เพราะทำโรงรถอยู่ ใช้เวลาทำค่อนข้างนาน ไหนจะของตกแต่งที่ใช้เวลาพอสมควรกว่าจะได้มา กว่าจะไปประมูลลายเซ็นของนักแข่งแต่ละคนมามันก็ไม่ง่าย ถึงแม้การาจของผมจะเล็ก แต่เราก็อยากให้มันดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ เพราะก่อนที่ผมจะซื้อรถผมก็มีความฝันที่อยากจะทำการาจรถสวยๆ แบบนี้มาก่อน ยิ่งได้มาเห็นการาจพี่หนู ยิ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ผมอยากทำการาจสวยๆ ของตัวเอง ซึ่งตอนนี้ก็มีการาจ 2 แบบ ทั้งโมเดิร์นและอิตาเลียนวินเทจ ซึ่งก็ตกแต่งค่อนข้างยากพอสมควร แต่เราก็ทำเพราะความหลงใหลและอยากให้ความรู้สึกที่แตกต่างเวลาเดินเข้ามาในการาจของเราครับ