Last updated: 11 ก.ย. 2569 | 112 จำนวนผู้เข้าชม |
ความรักในความแรงที่ไร้เหตุผลของทีมวิศวกร AMG ก่อกำเนิดเป็น AMG CLE 646 Spezialanfertigung ผลงานชิ้นที่สองจาก Mythos Series ซีรีส์รถสะสมระดับเอ็กซ์คลูซีฟ (ต่อจาก PureSpeed) พัฒนาบนพื้นฐานของ CLE 53 โดยทีมงานรื้อไส้ในโมดิฟายด์ใหม่ทั้งคันตามมาตรฐานแฮนด์บิวท์เพื่อยกระดับไดนามิกการขับขี่ขั้นสูงสุด

ไฮไลต์สำคัญคือการถอดระบบขับสี่ 4MATIC+ ออก แล้วปรับมาใช้ ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) เพียวๆ พร้อมเฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิปควบคุมด้วยไฟฟ้า ควบคู่กับการรีดน้ำหนักตัวถังลงถึง 170 กก. (375 ปอนด์) โดยการหุ้มคาร์บอนไฟเบอร์รอบคัน ถอดเบาะหลัง รื้อแผ่นฉนวน และใช้กระจกโพลีคาร์บอเนตที่ด้านหลัง พร้อมระบบระบายความร้อน 3 วงจรแยกอิสระเพื่อรองรับการห้ำหั่นในสนามแข่ง
ข้อมูลทางเทคนิค (Technical Specifications)
เครื่องยนต์: เบนซิน V8 ขนาด 4.0 ลิตร Twin-Turbo (M177 EVO) พร้อมข้อเหวี่ยง Flat-Plane และมอเตอร์ ISG
พละกำลังสูงสุด: 637 แรงม้า (646 PS) ที่ 6,000–6,250 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด: 850 นิวตันเมตร (627 lb-ft) ที่ 2,500–4,500 รอบ/นาที
ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)
อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม.: 3.9 วินาที
อัตราเร่ง 0–200 กม./ชม.: 11.4 วินาที
ความเร็วสูงสุด (Top Speed): 310 กม./ชม. (193 mph)

น้ำหนักตัวรถ (Curb Weight): 1,895 กิโลกรัม (4,178 ปอนด์) | การกระจายน้ำหนัก หน้า/หลัง 56:44
ช่วงล่าง: คอยล์โอเวอร์พัฒนาร่วมกับ KW ปรับความหนืดได้ 4 ทิศทาง (Low/High Speed Rebound & Compression)
ระบบเบรก: คาร์บอนเซรามิก AMG High-Performance จานหน้า 16.5 นิ้ว คาลิเปอร์ 6-Piston / จานหลัง 14.2 นิ้ว
มิติ & ล้อ: ตัวถัง Wide-body กว้างขึ้น 2.4 นิ้ว ใส่ล้อฟอร์จหน้า 11x20 นิ้ว (ยาง 305/30 ZR 20) และหลัง 12x20 นิ้ว (ยาง 335/30 ZR 20) พัฒนาจากเทคโนโลยีของ AMG ONE
แอโรไดนามิกส์: ลิ้นหน้าปรับมือได้ 2 โหมด (Street / Race) ทำงานร่วมกับวิงหลังคาร์บอนไฟเบอร์ สร้างแรงกด (Downforce) รวมกว่า 250 กิโลกรัม ที่ความเร็วสูงสุด
ท่อไอเสีย: High-Performance Titanium พัฒนาร่วมกับ Akrapovič


ความพิเศษยังไม่หมดแค่นี้ เพราะตัวถังพ่นสีทูโทนไล่เฉดจาก Mojave Silver Magno บริเวณด้านหน้า ไปเป็น Obsidian Black Magno ตั้งแต่เสา B-Pillar ไปจนถึงท้ายรถ งานนี้แม้จะผลิตมาเพียง 30 คัน และโดนนักสะสมเหมาหมดตั้งแต่วันแรก แต่ถือเป็นตัวโชว์ศักยภาพวิศวกรรมขั้นสุดของค่ายดาวสามแฉกอย่างแท้จริง!