All-New Mitsubishi Pajero กลับมาแล้ว! SUV เรือธง 7 ที่นั่ง ดีเซล 2.4 Turbo + S-AWC ผลิตไทย ขายไทยที่แรกของโลก

Last updated: 2 ก.ย. 2569  |  299 จำนวนผู้เข้าชม  | 

All-New Mitsubishi Pajero กลับมาแล้ว! SUV เรือธง 7 ที่นั่ง ดีเซล 2.4 Turbo + S-AWC ผลิตไทย ขายไทยที่แรกของโลก

ชื่อที่แฟน Mitsubishi รอคอยกลับมาแล้ว All-New Mitsubishi Pajero เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะ Cross-Country SUV เจเนอเรชันใหม่ และคราวนี้ไม่ได้กลับมาในตำแหน่งเดิม เพราะ Mitsubishi วางให้เป็น รถ SUV เรือธงที่อยู่เหนือ Pajero Sport พร้อมใช้โครงสร้าง Ladder Frame เน้นทั้งความแข็งแรงและสมรรถนะออฟโรด



ที่น่าสนใจสำหรับตลาดบ้านเราคือ Pajero รุ่นใหม่ผลิตที่ประเทศไทย และไทยจะเป็นตลาดแรกของโลกที่เริ่มขาย ก่อนขยายไปญี่ปุ่นและออสเตรเลียภายในปีงบประมาณ 2569 จากนั้นมีแผนทำตลาดมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก โดยในบางตลาดจะใช้ชื่อ Montero

Pajero รุ่นแรกเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 1982 และตลอด 4 เจเนอเรชันมียอดผลิตรวมกว่า 3.29 ล้านคัน ส่งออกไปมากกว่า 170 ประเทศ การกลับมาครั้งนี้จึงถือเป็นการชุบชื่อรุ่นระดับตำนานขึ้นมาใหม่ แต่เปลี่ยนบทบาทให้กลายเป็น SUV ระดับพรีเมียมที่ใหญ่และจริงจังกว่าเดิม



ดีเซล 2.4 Turbo 204 แรงม้า + 8AT + S-AWC
ขุมพลังเป็นดีเซล 4 สูบ 2.4 ลิตร Turbo VGT ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อม Sport Mode และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II ที่ทำงานร่วมกับ Super-All Wheel Control (S-AWC)

จุดสำคัญคือไม่ได้ทำมาเพื่อเป็นรถลุยอย่างเดียว เพราะระบบ S-AWC จะช่วยจัดการทั้งแรงขับ แรงเบรก และการกระจายแรงบิดระหว่างล้อ เพื่อให้รถควบคุมง่ายขึ้นทั้งทางเรียบและทางฝุ่น

เลือกระบบขับเคลื่อนได้ 4 รูปแบบ
2H ขับหลัง
4H 4WD แบบ Full-Time
4HLc 4WD พร้อมล็อกเฟืองกลาง
4LLc 4WD + ล็อกเฟืองกลาง + Low Range

พร้อม Drive Mode 7 แบบ ได้แก่ Normal, Eco, Gravel, Snow, Mud, Sand และ Rock


ด้านช่วงล่างใช้หน้า Double Wishbone และหลัง 5-Link + Rigid Axle ส่วนตัวถังเป็น Ladder Frame ที่ต่อยอดจากพื้นฐาน Triton แต่เพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างและใช้เหล็ก High Tensile ในสัดส่วนที่มากขึ้น เพื่อรองรับการใช้งานแบบ Cross-Country โดยเฉพาะ

ตัวใหญ่ แต่ Mitsubishi ยังพยายามทำให้ขับง่าย
ตัวรถมีขนาด 4,920 x 1,925 x 1,910 มม. ฐานล้อ 2,870 มม. และ Ground Clearance 230 มม. ส่วนมุมสำหรับการลุยก็จัดมาเต็ม

Approach Angle 30.4°
Breakover Angle 22.6°
Departure Angle 25.8°
ความกว้างช่วงล้อหน้า/หลัง 1,630 มม.
น้ำหนักกระจายหน้า-หลัง 52:48
เบาะ 3 แถว 7 ที่นั่ง
ตัวเลขเหล่านี้ทำให้เห็นชัดว่า Pajero ใหม่ไม่ได้ตั้งใจมาเป็น SUV หรูที่เอาไว้ขับในเมืองอย่างเดียว แต่ยังต้องรองรับเส้นทางทุรกันดารได้จริง

ห้องโดยสารยกระดับขึ้นมาอีกขั้น
ภายในเป็นห้องโดยสาร 3 แถว 7 ที่นั่ง เน้นความพรีเมียมมากกว่าที่เคยเห็นใน Pajero Sport เบาะนั่งคู่หน้าและแถวสองออกแบบให้รองรับการเดินทางไกล พร้อมระบบระบายอากาศ และแอร์อัตโนมัติแบบ 3-Zone

แถวสองเลื่อนได้ถึง 150 มม. เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้ผู้โดยสารหรือช่วยให้เข้าแถวสามง่ายขึ้น ส่วนแถวสามถูกออกแบบให้รองรับผู้โดยสารตัวใหญ่ขึ้นกว่ารถ 7 ที่นั่งทั่วไป

วัสดุภายในใช้เทคนิค Kimekomi งานหัตถศิลป์ญี่ปุ่นมาประยุกต์กับพื้นผิว พร้อมตะเข็บรูปตัว S บนแผงประตู ขณะที่โทนสีหลักเป็น ดำ-น้ำตาล Camel ซึ่งช่วยให้บรรยากาศดูหรูขึ้น แต่ยังไม่หลุดจากคาแรกเตอร์รถลุย



จอ 14.3 นิ้วคู่ + Yamaha 12 ลำโพง
หน้าจอแบบ Monolithic Display เชื่อมมาตรวัดดิจิทัลกับจอกลางขนาด 14.3 นิ้ว เข้าด้วยกัน และมี Multi Meter สำหรับแสดงข้อมูลที่คนขับสายลุยน่าจะชอบ เช่น

ระดับความสูง
ทิศทางการเดินทาง
อุณหภูมิ
มุมเอียงและความลาดชัน
การทำงานของ AYC
ข้อมูลระบบขับเคลื่อน

รองรับ Wireless Apple CarPlay / Android Auto และมีเครื่องเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง และแอมพลิฟายเออร์ 2 ชุด โดยระบบยังปรับเสียงตามความเร็วรถเพื่อชดเชยเสียงจากถนน

กล้อง 3D มองใต้ท้องรถ จุดนี้น่าสนใจสำหรับสายลุย
อีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือ กล้องมองรอบคันแบบ 3 มิติ ซึ่งรวมภาพจากกล้อง 4 ตัวรอบรถเข้ากับภาพจำลองตัวรถแบบเรียลไทม์ ช่วยทั้งตอนจอดและตอนขับในพื้นที่แคบ

ที่เด็ดกว่าคือมีมุมมอง ใต้ท้องรถด้านหน้า ให้เห็นพื้นผิวที่ปกติคนขับมองไม่เห็น โดยระบบสามารถเรียกภาพนี้ขึ้นมาเมื่อเลือก 4HLc หรือ 4LLc เหมาะกับตอนต้องปีนหิน ขึ้นทางชัน หรือผ่านพื้นผิวที่ไม่รู้ว่าด้านหน้าเป็นยังไง



ระบบความปลอดภัยจัดเต็ม
Pajero ใหม่ให้ระบบช่วยขับมาค่อนข้างครบ ทั้ง MI-PILOT, Adaptive Cruise Control, Lane Keep Assist, FCM, PFCW, EAPM, ELA, BSW, LCA, FCTA, RCTA และระบบช่วยเหลืออื่นๆ

มีระบบตรวจจับคนเดินเท้า จักรยาน และมอเตอร์ไซค์ รวมถึงระบบช่วยเบรกขณะผ่านทางแยก ขณะที่ ELA ระบบช่วยเตือนและควบคุมรถเมื่อเสี่ยงออกนอกเลน ถูกนำมาใช้กับ Pajero เป็นครั้งแรก

ด้านความปลอดภัยเชิงโครงสร้างให้ถุงลม 8 ตำแหน่ง และหนึ่งในนั้นคือถุงลมตรงกลางระหว่างผู้โดยสารด้านหน้า ซึ่งช่วยลดโอกาสที่ผู้โดยสารคู่หน้าจะกระแทกกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

ดีไซน์ใหม่ แต่ยังพยายามรักษาความเป็น Pajero
งานออกแบบใช้แนวคิด Grand Charisma ดึงเส้นสายจาก Pajero รุ่นแรกกลับมาตีความใหม่ ทั้งเส้นแนวนอน ซุ้มล้อขนาดใหญ่ เสา C ที่ได้แรงบันดาลใจจากโรลบาร์ของรุ่นดั้งเดิม และลาย Hexagonal Motif ที่โยงกับตำแหน่งยางอะไหล่ของ Pajero รุ่นเก่า

ด้านหน้ามีให้เลือก 2 แบบ ทั้งกระจังซี่แนวนอนและกระจังลายรังผึ้ง พร้อมไฟหน้าและไฟท้ายทรง T-Shape

สีตัวถังมีทั้งหมด 7 สี โดยมีสองสีที่ Mitsubishi ชูเป็นพิเศษคือ Armor Copper และ Phantom Blue ส่วนภายในมีโทนดำและ Camel



แล้วตลาดไทยจะวางตรงไหน?
นี่น่าจะเป็นคำถามที่น่าสนใจที่สุด เพราะ Pajero ใหม่ไม่ได้มาแย่งตลาดกับ Pajero Sport ตรงๆ แต่ขยับขึ้นไปชน SUV/PPV ระดับบนมากขึ้น ด้วยขนาดตัวถัง ความหรู เทคโนโลยี และระบบขับเคลื่อนที่จัดเต็มกว่าเดิม

คู่แข่งที่คนไทยน่าจะหยิบมาเทียบกันมีทั้ง Ford Everest, Toyota Fortuner, GWM Tank 500 รวมถึง SUV สายลุยระดับสูงอย่าง Land Cruiser 250

ตอนนี้ Mitsubishi ยังไม่ประกาศราคาไทย แต่ด้วยการผลิตในไทยและการเปิดตลาดบ้านเราเป็นประเทศแรก ถ้าราคาสามารถคุมให้อยู่ในช่วง ล้านปลายๆ ถึงไม่เกิน 2 ล้านบาท ได้จริง Pajero จะกลายเป็นหนึ่งในรถที่น่าจับตามองที่สุดของตลาด PPV/SUV ช่วงปลายปีทันที

กำหนดการเบื้องต้นคือเริ่มเปิดตัวและขายในไทยช่วงกลางเดือนตุลาคม 2026 ส่วนราคาจริงและรายละเอียดรุ่นย่อยต้องรอ Mitsubishi ประเทศไทยประกาศอีกครั้ง

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้