THE CORE

Last updated: Jul 11, 2018  |  59 จำนวนผู้เข้าชม  |  RARE ICON

THE CORE

เรซซิ่งคาร์ที่สามารถนำมาวิ่งบนท้องถนนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายคันนี้ เป็นผลงานชิ้นเอกของชายชาวเยอรมันที่ไม่มีใครในวงการซูเปอร์คาร์ไม่รู้จัก “Mr. GT3” Andreas Preuninger เขาได้สร้างรถสปอร์ตสุดโหดที่กล้าการันตีว่าเป็นรถที่มีระบบอากาศพลศาสตร์ทรงประสิทธิภาพสูงที่สุดบนท้องถนน โดยตัวเลขแรงกดที่ทำได้นั้นมากถึง 345 kg ในขณะที่รถควบเต็มฝีเท้าด้วยความเร็วถึง 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในตอนนั้นรถที่ทรงอิทธิพลของปอร์เช่คือ ‘The Turbo’ หรือ 911 Turbo การมาถึงของ GT3 RS จึงให้ความรู้สึกแปลกใหม่ให้กับแฟนๆ ปอร์เช่ในขณะนั้น สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อชายตามองคือ ช่องดักลมด้านข้างซ้ายขวาที่อยู่ตรงโป่งล้อหลัง หลายคนตั้งคำถามว่าเหตุใด รถสวยคันนี้จึงต้องมีรูน่าเกลียดเบ้อเริ่มมาด้วย ซึ่งคำตอบที่ได้จาก Mr. Preuninger คือเจ้ารูนี้จะเข้ามาทำหน้าที่อินเตอร์คูลเลอร์แทนการใช้ใบพัดลมนั่นแระ บอดี้นั้นส่งตรงมาแบบเดียวกันกับ The Turbo โป่งล้อหลังกว้างใหญ่เพื่อให้เข้ากันได้อย่างลงตัวกับล้อขนาดใหญ่แบบเดียวกับรถแข่ง พร้อมคัดสรรค์ล้ออัลลอยและยางน้ำหนักเบาเข้ามาสวมใส่ให้เจ้ากบซิ่ง




ด้วยการสร้างรถสปอร์ตจากพื้นฐานการทำรถแข่ง สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องของน้ำหนักตัวที่ต้องเบา แต่หลายท่านอาจสงสัยกันว่า การนำโครงสร้างตัวถังแบบไวด์บอดี้เข้ามาใช้นั้นจะทำให้รถเบาได้อย่างไร แน่นอนว่าพาร์ทต่างๆ ในรถต้องเลือกวัสดุที่เบากว่ามาทดแทน หลังคารถเลือกใช้หลังคา Magnesium composite และใส่ปีกหลังสร้างแรงกดด้วย วัสดุ Lightweight PUR (poly urethane resin) ที่ผสมกับ CFRP และอะลูมิเนียม ส่วนของ Bumper นั้นใช้ Lightweight PUR และได้ฝากระโปรงหน้าและโป่งล้อหน้าที่ทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ และตบท้ายด้วยกระจกรถที่ทำจาก วัสดุ clear polycarbonate แค่นี้ก็ลดไปได้หลายกิโลกรัม ยังไม่รวมงานจิปาถะเช่นการเดินสายไฟ และเลือกใช้แบตเตอรี่ Li-ion แบบพิเศษ ส่วนเรื่องของสไตลิ่งนั้นยังคง Culture แบบเดิมของรถแบรนด์นี้แต่เร้าใจกว่าเดิมด้วยรหัสโมเดล 991 ที่ดูลงตัวและให้อารมณ์สปอร์ตแบบจัดเต็มมาให้ ดังนั้นไม่ต้องตกใจว่าจะเจอช่องดักลมที่มากกว่ารถโปรดักซ์ชันคาร์รุ่นอื่นๆ ของปอร์เช่


ภายในหยิบยกแพ็กเก็จ Clubsport มาเต็มๆ มี roll cage มาเสริมเรื่องความปลอดภัย และช่วยให้ภายในห้องโดยสารดูหล่อเหลาขึ้น มีเบาะนั่งสไตล์เรซซิ่งคาร์บอนไฟเบอร์ (จากรุ่น 918 ) ดีไซน์ออกมาได้ลงตัวกับแดชบอร์ด minimal ซึ่งสิ่งแปลกใหม่ในรถสายพันธุ์เรซซิ่งที่ปอร์เช่เลือกเอามาให้ GT3 RS คือระบบ PCM นั่นเอง คอนโซลกลางมีปุ่ม Pit lane มาหาให้ด้วย แค่นี้ก็บ่งบอกแล้วว่ารถคันนี้ถูกสร้างมาให้เศรษฐีที่รักความเร็ว ไม่ใช่รถที่ใช้ขับโชว์ประดับบารมีแต่อย่างใด เกียร์นั้นน่าเสียดายที่ปอร์เช่ชอบออกแบบรถที่เอาแต่ใจตัวเองไปนิด เพราะเขาเลือกนำเกียร์คลัทช์คู่ PDK มาให้ไม่มีทางเลือกเกียร์แนวนวลสำหรับนักขับที่ชอบสับเกียร์เอามันส์ แต่ก็ทดแทนด้วย Paddle Shift ที่สับเกียร์ได้รวดเร็วตาม DNA ของเรซซิ่งคาร์ตัวแรง แต่ถ้าคุณอยากได้เกียร์แมนนวลขับสนุกเราแนะนำ 911 R ไปเลย




หัวใจหลักของรถคันนี้คือเครื่องยนต์ N/A 6 สูบนอน ความจุกระบอกสูบ 4.0 ลิตร ซึ่งให้สุ้มเสียงที่ดุดัน และกลายเป็นซิกเนเจอร์ของรุ่นนี้ไป เพราะในปัจจุบันกระแสเครื่องยนต์ขนาดเล็กพ่วงหอยกลายเป็นเทรนด์ของผู้ผลิตรถเกือบทุกแบรนด์ไปแล้ว แรงม้าที่คุณจะได้รับมีตัวเลขอยู่ที่ 500 แรงม้าที่ 8,250 รอบต่อนาที และให้แรงบิดสูงสุดที่ 460 นิวตันเมตร “Mr. GT3” Andreas Preuninger ได้ใช้เวทมนตร์ปัดเป่าให้รถคันนี้มีอัตราเร่งจาก 0-100 km/h ในเวลา 3.3 วินาที ความเร็วสูงสุดเมื่อคุณอัดคันเร่งมิดในการตรงยาวๆ บนไฮเวย์จะมีตัวเลขอยู่ที่ 310 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


Chassis เซ็ตมาให้นักขับเท้าหนัก ช่วงล่างและพวงมาลัยตอบสนองดีเยี่ยม เพราะแนวคิดที่ต้องการสร้างรถสปอร์ตที่เชื่อมต่อนักขับและรถให้เป็นหนึ่งเดียว ใช้ล้ออัลลอย GT3 RS Wheel ล้อหน้าขนาด 20” 265/35 ZR ล้อหลังขนาด 21” 325/30 ZR เพนท์สี Silver มาให้ มาพร้อมคาลิปเปอร์สีเหลือง
อลูมิเนียมโมโนบล็อก 6 ลูกสูบสำหรับคู่หน้า และ 4 ลูกสูบสำหรับคู่หลัง พร้อมจานเบรกเซรามิกขนาดยักษ์
เส้นผ่าศูนย์กลางจานเบรกหน้า 410 มม.และหลัง 390 มม. เรื่องของการขับขี่นั้นขับหายห่วงด้วยระบบช่วยเหลือมากมายที่ทีมวิศวกรนำมามอบให้กับลูกค้าคนพิเศษ อาทิ ระบบ PASM, PCCB, Rear-axle steering, PTV Plus ช่วยให้คุณสามารถเข้าโค้งแบบแรงๆ ได้อย่างมั่นใจ แต่ถ้าคุณต้องการทดสอบควบปีศาจตนนี้ด้วยตัวเอง เราแนะนำให้ปิดระบบช่วยเหลือต่างๆ ซะ แล้วลองบังคับมันดู (แนะนำให้ไปลองใน Track นะ) จากการที่ FOC ได้เข้าไปสัมภาษณ์หลายท่านที่ครอบครอง GT3RS ทุกท่านกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ขับมันส์ ขับสนุก และอัตราเร่งมาได้ไวตามใจสั่งเลยละ




โดยรวมแล้ว 911 GT3 RS (991) เป็นที่สุดของปอร์เช่ในเวลานี้ ด้วยดีไซน์และสมรรถนะที่กำเนิดมาเพื่อลง Track มากกว่าใช้งานบนท้องถนนทั่วไป โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์สันดาปที่ไม่ต้องใช้หอยมาพ่วงเพื่อเพิ่มพลัง สำหรับราคาค่าตัวนั้นก็ไม่เบาอีกนิดเดียวมีแตะ 30 ล้านบาทแล้ว แต่ก็คุ้มค่าทุกบาทสำหรับคนที่ได้ครอบครองเป็นเจ้าของแน่นอน FOC คอนเฟิร์ม


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง