NEW HORIZON

Last updated: Nov 4, 2019  |  694 จำนวนผู้เข้าชม  |  RARE ICON

NEW HORIZON

การทำรถคลาสสิคสักคันนั้น สิ่งสำคัญที่ต้องมีนอกจากเงินแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือความรักความอดทนที่จะรอการกลับมามีชีวิตอีกครั้งของรถยนต์ที่มีอายุกว่า 50 ปี และนี่คือเรื่องราวของ Porsche 912 รุ่นเก่าที่ไม่มีใครสนใจกันมากสักเท่าไร.. ปอร์เช่ 912 รุ่นนี้จึงมียอดขายไม่ค่อยดีรถก็เลยผลิตออกมาน้อย แต่เหลือเชื่อเมื่อเวลาผ่านไปหลายชั่วอายุคนมันกลับมาเป็นที่นิยมผู้คนเริ่มตามหามันกลับมา มันทำให้พี่กรต้องปั้นรถปอร์เช่ 912 ให้ออกมาดีและสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้


“ประวัติ 912 ตอนที่ถูกผลิตออกมาเมื่อกว่า 50 ปีที่แล้ว เชื่อไหมว่าตอนนั้นไม่มีใครเล่นไม่เป็นที่นิยมกันมาก แฟนปอร์เช่ ที่คาดหวังถึงกับอุทานกันว่า ‘อะไรของปอร์เช่’ กลายเป็นรถที่ขายไม่ดีของปอร์เช่ในยุคนั้นเลยละ เพราะความแรงมันไม่เท่ากับ 911 เนื่องจากมันถูกทำให้เป็นรถประหยัด หลังจากลงตลาดไม่นานก็เลิกผลิตไป ลองคิดเล่นๆ ว่าจำนวนอันน้อยนิดของมันจะกระจายไปอยู่ไหนบ้างในโลกคงมีจำนวนไม่มาก แล้วพวงมาลัยขวาจะมีแค่กี่คัน นั่นคือเสน่ห์ที่ทำให้พี่กรต้องตามหามัน

รถคันนี้พี่กรตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะพาไปวิ่งขึ้นเหนือขึ้นเขาวิ่งในโค้งถนนสวยๆ ถ่ายรูปเล่นเก็บเป็นภาพประทับใจไว้ว่าครั้งหนึ่งปอร์เช่ 912 สามารถวิ่งไปไหนไกลได้อย่างสบาย ส่วนตัวเราชอบขับรถท่องเที่ยวมาตั้งแต่ตอนยังไม่มีลูก ตอนนั้นก็ขี่มอเตอร์ไซต์ไปกับภรรยาขี่ออกไปไกลๆ ขี่ออกไปประเทศจีน ลาว พม่า ออกไปรอบๆ ประเทศเพื่อนบ้าน แต่พอมีลูกพี่กรก็คิดว่าคงต้องพอแล้วกับการขี่มอเตอร์ไซด์

Porsche 912 ปี 1968 สี Slate Grey ของพี่กรเริ่มรีสโตร์จากศูนย์ อะไหล่เปลี่ยนใหม่หมดทุกชิ้นเท่าที่จะมีให้สั่งใหม่ เครื่องยนต์ของปอร์เช่ 912 คันนี้เป็นเครื่อง 4 สูบที่มาจาก 356 ส่วนตัวพี่กรชอบรถปอร์เช่แบบ Air-Cooled คลาสสิค รถมันหายากนะ พี่กรเชื่อเลยว่าในบ้านเรามีหลายคนมีเงินทำรถแบบนี้ได้หมดละ “แต่ปัญหาคือมันไม่มีรถให้ทำ” แล้วการเลือกรถปอร์เช่สักรุ่นมาทำก็ต้องคิดให้ดี เราควรจะต้องดูตลาดโลกด้วยว่าเขาเล่นรุ่นอะไรกัน ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่พี่กรคิดและเสาะหาปอร์เช่รุ่นเก่ามาตลอด พี่กรก็เลยมาที่ปั้นปอร์เช่ Horngrill เป็นรถคลาสสิคคาร์ที่นักสะสมทั่วโลกเขาเล่นกัน เพราะอะไรที่เป็นแฟชั่น พอมันเริ่มเปลี่ยนซีซั่น เราก็ตกเทรนด์ กลายเป็นเชยไปเลยก็มีนะ ซึ่งรถรุ่นใหม่ๆ เดี๋ยวนี้กลายเป็นแบบนั้น ตัวพี่กรเองก็เคยมี 997 รุ่นใหม่ขับอยู่คันนะ แต่ขับได้ไม่นานก็ตัดสินใจขายไปดีกว่า เวลาขับมันรู้สึกเขินๆ มันดูเว่อร์ไปหน่อย (หัวเราะ) พอขับไปบ้านลูกค้าบางทีก็โดนแซวขำๆ ว่าสงสัยคิดค่าแบบแพงแน่เลย พี่กรก็เลือกรถปอร์เช่รุ่นเก่าดีกว่าโดยส่วนตัวก็ชอบรุ่นเก่ามากกว่าอยู่แล้วด้วย มันดูน่ารักดีเป็นมิตรดีแล้วก็ดูพอดีกับตัวเอง ซึ่งพี่กรมองว่าเราเป็นสถาปนิกสิ่งสำคัญคือรสนิยมจะไปซื้อรถใหม่เทียบเคียงลูกค้า แล้วต้องเปลี่ยนรถใหม่อยู่ตลอดก็ไม่ไหวนะเพราะเราไม่ได้รวยขนาดนั้น

สิ่งหนึ่งที่เราได้จากรถปอร์เช่รุ่นเก่าคือ คาแร็คเตอร์ และที่สำคัญคือคุณต้องมีความตั้งใจที่จะปั้นมัน เพราะมันต้องใช้เวลา 1 – 2 ปีอย่างต่ำในการเนรมิตขึ้นมาใหม่ บางทีก็มีเจอปัญหาสั่งอะไหล่มาผิดบ้าง ต้องรออะไหล่นานบ้าง พอได้ของมาใส่ผิดใส่เสียไปอีกก็มี เล่นรถเก่ามันมีอะไรที่เราไม่คาดคิดอยู่ตลอด ซึ่งมีเงินอย่างเดียวไม่ได้ คุณต้องอดทน และเข้าใจธรรมชาติของการทำรถ เชื่อว่าทุกคนพอได้เริ่มปั้นรถแล้ว ใจก็อยากให้รถเสร็จเร็วๆอยากเอาออกมาขับเลย ซึ่งพอรอจนรถเสร็จลองเอามาขับก็เจอปัญหาจุกจิก เสียงดังเอย น้ำมันเครื่องหยดเอย ลมเข้าเสียงดัง สตาร์ทยากบ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมชาติของการทำรถเก่า คงต้องลองขับใช้เวลาสะสมไมล์อีกสักพักเพื่อให้ทุกอย่างของรถมันเข้าที่และเข้ากัน

การจะทำรถหนึ่งคัน มันมีระบบเครื่องยนต์ ระบบช่วงล่าง บอดี้และการประกอบ ทุกอย่างต้องเข้ากันได้หมด พี่กรบอกได้เลยว่า ยากที่สุด คือต้องหาช่างที่รู้ใจและบ้าที่จะทำรถเหมือนกับเราด้วยนะ ซึ่งพี่กรก็โชคดีที่เจอกับช่างมากประสบการณ์ที่มี Passions เหมือนกันกับเรา แล้วราคา Porsche 912 ตอนนี้ตัวรถแบบเดิมๆ มอมที่เมืองนอกเขาขายกัน 4- 5 ล้านก็มีนะ ซึ่งคันนี้พี่กรได้มาสามปีกว่าแล้ว ซื้อมาตอนนั้น 3.5 ล้านบาท มันก็แพงมากในตอนนั้น แต่มันเป็นราคาที่คนขายเค้าพอใจ เราก็พอใจซื้อเท่านั้นมันก็ได้รถ

กร ทองทั่ว
Design Director Architect
บริษัท BROWNHOUSES / BHBK

พี่กรก็เริ่มเอามาทำนิดๆ หน่อยๆ เท่าที่ทำได้ ตอนนั้นบอกตรงๆ ว่าจ่ายเงินสดเล่นเอาเงินพี่กรหมดเลยตอนนั้น รถก็ยังขับไม่ได้ด้วย เพราะเครื่องเป็นของโฟล์คสวาเกนด้วย เบาะหลุด แอร์ไม่มี ซึ่งพี่กรก็ไม่ได้คิดมากเพราะสิ่งที่เราอยากได้คือเลขตัวถังรถแท้ทะเบียนไทยถูกต้อง พี่กรมองต่างมุมกับคนอื่นๆที่เล่นรถเก่านะ บางคนเขาติดว่ารถไม่เดิมราคาแพงไป แต่พี่กรคิดว่ารถเก่าขนาด 50 ปีแล้ว บางทีจะไปหาสภาพดีที่สุดก็คงยากไม่มีแล้วละ ผ่านมือมากี่รุ่น ตัวถังเหล็กเคาะมาไม่รู้เท่าไหร่แล้วกว่าจะมาถึงเรา

พี่กรเลยเลือกที่จะสั่งอะไหล่บอดี้ปั้มขึ้นใหม่มาใส่แทนเลย สั่งพาร์ทบอดี้อย่างเดียวก็ล้านกว่าบาท มาเป็นเหล็กเดิมๆ ป๊องๆ ดำๆ ทั้งคันยันพื้นเลย ซึ่งข้อดีของรถปอร์เช่คลาสสิคคือมีคนเล่นเยอะ เขาก็ผลิตพาร์ทเหล่านี้มาให้คนทั่วโลกที่รักในรถเก่าของพวกเขาได้ใช้ นี่คือสิ่งที่ปอร์เช่ทำ พอพาร์ทที่เราสั่งมาถึงก็ขัดแล้วพ่นสีได้เลยทำเสร็จรถต้องบางเดิม ไม่ต้องพึ่งช่างเคาะโป๊วหนาๆ แล้ว เสน่ห์ของการทำรถพวกนี้ สีต้องตรงตามยุค เพลทระบุสีอะไรต้องทำสีนั้น อย่าจินตนาการเอง ซึ่งสีเชยๆ ของมันก็จะอยู่กับเราไปตลอด งานโครเมียมทุกอย่างพี่ก็สั่งชุบใหม่หมด เพราะวัสดุพวกนี้ดีอยู่แล้ว กันชนเหล็กก็สั่งปั้มใหม่ทั้งชิ้น

ส่วนเรื่องของภายในรถการแมทช์ชิ่งสีภายนอกภายในก็สำคัญ เพราะพี่กรเองชอบศึกษา จะทำงานออกแบบก็ต้องทำงานให้ตรงยุคตรงสมัย การทำรถก็เหมือนกัน เรารู้ว่าสีในยุค 60s มันต้องไม่มีเมทาลิค มันจะต้องดูด้านๆ แต่เงา แม้กระทั่งฟอนท์ตัวหนังสือดีเทลเล็กๆ นั้นสำคัญมากในการทำรถคลาสสิค รายละเอียดของสติ๊กเกอร์ลายน้ำ ที่ติดในเครื่องยนต์ กรองน้ำมัน กรองอากาศ สิ่งเล็กๆ น้อยๆ พอเราได้ศึกษาแล้วมันก็สนุกและมันทำให้ดูสวยขึ้นในทุกๆองค์ประกอบ รถทำเสร็จออกมาแล้วต้องดูเนียน ซึ่งรถปอร์เช่ทุกคันพี่กรตั้งเป้าให้มันเหมือนออกมาจากโรงงานในยุคนั้น สำหรับรถปอร์เช่ที่พี่กรเคยซื้อมาแล้วปั้นเองปั้นเองมาก็หลายคันนะ คันนี้ก็เป็นคันที่ 5 แล้วละ ก่อนหน้านี้ทำ RWB ไป 2 คัน แต่ตอนนี้ไม่อยู่แล้ว

เราใช้รถปี 60 จะใส่ยางรุ่นใหม่ดอกยางใหม่ๆ มันก็คงไม่ใช่นะ ดอกยางมันต้องเชยตามยุคแต่ต้องได้เพอร์ฟอร์แมนซ์ที่ดีด้วย พี่กรก็ไปตามหาว่าในโลกนี้ใครทำดอกยางวินเทจบ้าง ก็ไปเจอกับบริษัท Vredestein อยู่ที่ฮอลแลนด์ ซึ่งบริษัทนี้เขาทำให้ยางออกมาดูเชยเฉยๆ แต่คุณสมบัติมันเหมือนกับยางรถรุ่นใหม่เลยละ เขารับทำยางรถคลาสสิคให้กับหลายๆ แบรนด์ สั่งทีต้องสั่งเยอะๆ จะไปสั่ง 4-5 เส้นเค้าไม่ผลิตให้ (หัวเราะ) คันนี้ใส่ 165 HR15 TL 86H VRED SPRINT CLASSIC ครอบล้อกระทะเหล็กใส่ฝาตกโลโก้ปอร์เช่ สำหรับการปั้นรถคันหนึ่งการเสาะแสวงหาของมาใส่รถเราได้ มันคือเสน่ห์อย่างหนึ่งเลยนะ ซึ่งพี่กรก็ไม่ได้เป็นคนเก่งอะไรเรื่องรถ ส่วนใหญ่ก็เดินตามแนวของรถเดิม ดูว่าออริจินัลมันมีอะไร ซึ่งต้องนี้สำคัญเราต้องไม่หลุด เราอย่าดีไซน์เอง เพราะรถคลาสสิคต้องเป็นไปตามยุคตามสมัยของมัน

เครื่องยนต์ต้องดี ช่วงล่างดี เบรกดี อย่างช่วงล่างของรถคันนี้พี่กรสั่งจาก Elefant Racing ซึ่งบริษัทเขาทำช่วงล่างให้กับปอร์เช่หลากหลายรุ่น ทั้งรุ่นใหม่และรุ่นเก่า พี่กรบอกได้เลยว่าร่างของ 912 คันนี้คือ รถเดิมแต่ช่วงล่างเปลี่ยนใหม่ทั้งชุด ให้เฟิร์มขึ้น ใส่โช้ค Bilstein ช่วยให้ขับขึ้นเขาได้สบาย ช่วงล่างเดิมๆ ขับขึ้นเขาคงไม่ดีเท่าไร พวงมาลัยก็หนัก นี่จึงเป็นการปั้นรถเก่าให้เดินทางไปได้ทุกที่ ซึ่งพาร์ทอะไหล่รวมถึงช่วงล่างวิศวกรของเขาทดสอบแล้วทดสอบอีก ดังนั้นเราไม่ต้องรีรออะไร พี่กรอยากได้สิ่งที่ดีที่สุดพี่กรสั่งมาใส่รถ เพราะเราและครอบครัวต้องปลอดภัยในทุกการเดินทาง

เครื่องยนต์ตอนที่พี่กรได้มาเป็นเครื่องรถโฟล์คไม่ใช่เครื่องยนต์ของ 912 พี่กรก็ไปหาเครื่องยนต์แท้จากเมืองนอกมา แล้วก็หาพาร์ทมาใส่ใหม่ เล่นรถเก่าสำคัญเลยคือหัวใจต้องใช่ พี่กรก็ตามหาเครื่องก่อนเลยนะ ได้เครื่องยนต์มาก็มาเก็บรายละเอียดให้ตรงเหมือนรถโรงงาน ตอนนั้นได้เครื่องมา กรองก็ไม่มี, ออยล์ก็ไม่มี และอื่นๆ ถือเป็นเรื่องปกติของการหาซื้อเครื่องยนต์ ซึ่งเราต้องไปตามหาพาร์ทแยกมาประกอบให้เสร็จเอง หายากที่จะมีใครขายเครื่องสมบูรณ์แบบทีเดียวจบแต่ถ้ามีก็คงจะราคาแพงมาก ใช้เวลาหาของทำเครื่องอยู่ประมาณครึ่งปี ซึ่งต้องมีการปรับแต่งภายในเครื่องยนต์บ้าง เพราะออริจินอลลูกสูบธรรมดาขับไม่ได้เดี๋ยวร้อนแล้วสูบติด (หัวเราะ)

พี่กรก็หมดไปเยอะเลยกว่าจะได้เครื่องบล็อกนี้มา แต่มันคือหัวใจเลยละ ถ้าเครื่องยนต์ไม่ดีรถก็วิ่งไม่ได้ รถคันนี้ก็ไม่เกิดประโยชน์ ซึ่งสมรรถนะที่ได้พี่กรก็พอใจนะดีกว่าเครื่องเดิม เอาไปวิ่งไปกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม Renndrive ได้สบาย อีกเรื่องที่ต้องเน้นหลังจากไปไหนมาไหนได้แล้ว แอร์ในรถต้องเย็น แต่เนื่องจากรถเดิมๆ นั้นไม่มีแอร์ เค้ามีแต่ฮีตเตอร์ พี่กรจึงต้องให้ช่างซ่อนคอมแอร์ไม่ให้โผล่ออกมามากเดี๋ยวจะมาบังเครื่องยนต์ นี่คือดีเทลเล็กๆ ที่พี่กรต้องเก็บให้ละเอียด ส่วนเรื่องงานบุหนังภายในรถก็เหมือนกัน โครงเบาะเป็นของเดิมทั้งหมดแค่นำไปหุ้มใหม่ ตามหาและสั่งผ้าลายเอามาสลับกับหนังแท้สีน้ำตาล แร็คหลังคาก็เป็นพาร์ทแท้จากปอร์เช่ และสายเข็มขัดหนังแท้สำหรับรัดของก็ต้องสั่งมาพร้อมกัน ที่พี่กรเลือกใส่แร็คหลังคาเพราะตั้งใจไว้วางกระเป๋าเดินทางขับรถคันนี้พาครอบครัวเดินทางเที่ยว แต่รอให้ลูกพี่กรโตอีกสักหน่อย เพราะตอนนี้ทั้ง 2 คนเค้ายังเด็กมาก



ภายในมาตรวัดเรือนไมล์ครบทุกอย่างสามารถใช้งานได้หมด แรกๆ ที่ได้มามันก็พังไปแล้ว พี่กรก็สั่งใหม่ตัวไหนซ่อมได้พี่ก็ซ่อม ของพวกนี้ก็เหมือนนาฬิกามีช่างที่รับทำอยู่แล้ว ช่างไทยเองก็มีฝีมือพี่ก็ให้เขาทำ แต่บางตัวที่ต้องใช้ความชำนาญในการซ่อมเป็นพิเศษ พี่กรก็ส่งไปให้ช่างต่างประเทศจัดการให้ ส่วนนาฬิกาจับเวลา TAG Heuer เป็นอีกหนึ่งไอเทมของยุคนั้นที่พี่กรหามา ซึ่งเรือนนี้พิเศษเป็นของเก่าเก็บที่ไม่เคยใช้มาก่อน NOS ซึ่งรถแข่งหลายแบรนด์ในยุคเดียวกันนิยมใส่เพิ่มเข้าไป แล้วก็เข้ามาร่วมกับวงการมอเตอร์สปอร์ตมานมนานหลายยุคหลายสมัย

เสน่ห์ของรถเก่าที่พี่กรเชื่อว่าทุกคนที่ชอบ มันสนุกตรงที่ได้เฝ้าดูมันพัฒนาขึ้นจนมันขับได้ ซึ่งพี่กรเองก็ตั้งใจทำรถเอาไว้ให้ลูกพี่กรได้ขับไปเรียนตอนที่เขาโตขึ้น ใครจะรู้อนาคตข้างหน้ารถอาจจะเป็นพลังงานไฟฟ้าหมดแล้วก็ได้ อย่างตอนที่พี่เดินทางไปดูงานที่เมืองมิลาน พี่กรได้เห็น Horngill แล่นอยู่ในเมือง เชื่อไหมว่ามันดูน่ารักและ contrast กับเมืองมาก คนที่ขับรถพวกนี้ส่วนใหญ่กลายเป็นคนรุ่นใหม่ไปหมดแล้ว และเหลือเชื่อที่ในกลุ่ม IG คนที่ขับรุ่นนี้ส่วนใหญ่เป็นนักออกแบบในหลากหลายสาขา แต่เป็นผู้มีรสนิยมคล้ายๆ กัน

ทั้งหมดที่พี่กรพยายามทำรถปอร์เช่รุ่นเก่าขึ้นมา มันคือ “ความงดงามที่ดูธรรมดาแต่มีความพิเศษอยู่ในตัวเอง” สำหรับพี่กร Horngrill เป็นรถที่คอมแพ็คด้วยขนาดที่เล็กตามยุคตามสมัยของมัน ไม่เหมือนปอร์เช่รุ่นใหม่ที่คันใหญ่เบ้อเริ้ม แต่เชื่อไหมว่าแม้ตัวมันจะเล็กแต่มันมีความอบอุ่นมากนะ ถ้าได้เข้าไปนั่งภายในจะรู้สึกได้เลยว่าเบาะคู่หน้านั้นอยู่ใกล้กันมาก แขนเราสามารถยื่นไปสัมผัสมือของภรรยาเราได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งพี่กรเชื่อว่าผู้คนทุกยุคเวลาขับรถอยากจับมือคนที่เรารักที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ อย่างเช้าๆ พี่กรขับรถไปส่งลูกที่โรงเรียน พี่กรก็จับมือลูกใกล้ๆ ได้เลยไม่ต้องเอื้อม ซึ่งเรามีความรักให้กับเขาทุกวัน เขาก็ผูกพันกับพ่อและผูกพันกับรถคันนี้มากขึ้นด้วย นี่คือความงามความอบอุ่นที่ได้จากรถคันนี้ และอีกอย่างคือเมื่อเราเลือกปั้นรถเก่า เราก็ไม่ต้องไปเหนื่อยกับการวิ่งตามแฟชั่น พี่กรว่าการทำรถอะไรก็แล้วแต่ ถ้าชอบก็ทำได้เลย ไม่ต้องตามใครหรอก ถ้าคิดแล้วว่าทำแล้วอยู่กับมัน ยิ่งไม่ต้องไปคิดถึงมูลค่า แต่ถ้าคิดว่าทำเพื่อไปขายต่อ ใส่เยอะแล้วเวลาขายเดี๋ยวจะขาดทุน อันนี้มันก็แล้วแต่มุมมอง สำหรับพี่กรไม่คิดเรื่องนั้นเลย พี่กรใส่เต็มที่ เท่าที่มีตังค์ (หัวเราะ)”