Mclaren 675 lt

Last updated: Nov 4, 2019  |  422 จำนวนผู้เข้าชม  |  RARE ICON

Mclaren 675 lt

ในขณะที่ 650S ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในรถที่แรงและเบาที่สุด   แต่สิ่งนั้นไม่ได้ทำให้ McLaren นิ่งนอนใจ พวกเขาได้นำพื้นฐานจากรถรุ่นนี้มาทำให้มันดียิ่งขึ้นไปอีก นั่นทำให้ McLaren 675LT ถือกำเนิดขึ้นมาKORN T. CG. PONGTORN K.

แรกเริ่มเดิมทีรถคันนี้ถูกปั้นแต่งขึ้นมาใหม่โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจาก F1 GTR "Long Tail" เรซซิ่งคาร์ตัวแรงที่โลดแล่นอยู่ในสนามแข่งตั้งแต่ปี 1997 ซึ่งแน่นอนคำว่า ‘LT’ ก็คือตัวย่อของ Long Tail นั่นเอง เพราะวิศวกรของพวกเขาต้องการให้กำเนิดรถที่เป็นที่สุดของสายพันธุ์ จึงหยิบยกรุ่น 650S มาเป็นต้นแบบในการผลิต ซึ่งสิ่งที่ทีมวิศวกรเน้นมากที่สุดคือน้ำหนักตัวที่จะต้องเบาและเร็วกว่าเดิม ซึ่งการที่จะให้ลูกค้าสามารถควบคุมรถดีกรีระดับเรซซิ่งคาร์ได้นั้น จะต้องมีนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาใส่เพิ่มเข้าไปเพื่อความปลอดภัย และให้ประสบการณ์ที่ดีกับเจ้าของรถ

สิ่งหนึ่งที่เราเห็นได้อย่างชัดเจนของรถคันนี้คือ Airbrake ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ เพิ่มแรงกดมาให้ควบคุมปีศาจน้อยตนนี้ให้พลิ้วไหวในสนามได้อย่างมั่นใจ ซึ่งในตอนที่เข้าโค้งในย่านความเร็วสูงแพนหางของ 675LT จะสามารถยกตัวและขยายขนาดได้มากกว่ารุ่น 650S ถึง 50% เพื่อรองรับแรงม้าสูงสุดที่มีมากถึง 675 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาลกว่า 700 นิวตันเมตรที่เริ่มตั้งแต่ 5,500-6,500 รอบต่อนาที ซึ่งจะกระทำต่อคนขับตลอดเวลาที่คุณอัดคันเร่ง ต้องขอบคุณความเร้าใจที่ได้รับจากเครื่องยนต์ M838TL V8 ความจุ 3.8 ลิตร Twin Turbo รวมถึงระบบส่งกำลังจากเกียร์คลัทช์คู่ 7 สปีด ที่สร้างอัตราเร่งจาก 0-100 km/h ได้ในเวลา 2.9 วินาที พร้อมทะยานต่อเนื่องด้วยความเร็วสูงสุดที่ 330 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่โทดทีแม้ว่าเครื่องยนต์จะได้รับการปรับมาให้แรงมากขึ้นแต่อัตราการคายก๊าซ CO2 อยู่ที่ 275 km/g เท่านั้น

พาร์ทอะไหล่เกือบ 50% ได้รับการปรับเปลี่ยนผ่านโปรแกรมไลท์เวทด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งนอกจาก



เบาแล้ว ยังไว้ใจในเรื่องความปลอดภัยได้อย่างมั่นใจ เพราะจุดประสงค์ของรถคันนี้ถูกพัฒนามาเป็นรถแข่งในคราบรถบ้าน สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ถูกนำออกไป (ลูกค้าสามารถแจ้งความจำนงให้ใส่เข้ามาได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) ภายในตกแต่งมาให้เป็นเรซซิ่งคาร์แบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นเบาะ Bucket Seat ที่บางเบา วัสดุอัลคันทาราถูกนำเข้ามาใช้งาน แต่เอาเข้าจริงการวิ่งในบ้านเรานั้น มันจะทำให้ภายในรถรู้สึกร้อนขึ้นมามากพอสมควรแม้จะเร่งแอร์สู้ก็ตาม แต่มันก็หล่อเร้าใจซึ่งใจรักจะเร็วมันก็ต้องยอมร้อนกันบ้างละนะ ฟีเจอร์ต่างๆ ถูกวางไว้ในแดชบอร์ดมาอย่างเรียบร้อยควบคุมง่ายโดยมีหน้าจออินโฟเทนเมนท์ และสวิตซ์ควบคุมอยู่ตรงกลางพอดิบพอดี

ช่วงล่างใช้งานล้ออัลลอยที่ทาง McLaren เคลมมาว่ามีน้ำหนักเบาที่สุด ห่อหุ้มด้วยโคตรยาง Pirelli P-Zero Trofeo R Tyres ที่มีระบบเบรกเซรามิก และการปรับแต่งระบบกันสะเทือนชั้นนำในแบบเดียวกับ P1 และนี่คือรถที่จะทำให้อะดรีนาลีนในตัวคุณพุ่งสูงได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อคุณปิดระบบช่วยเหลือการขับขี่ทั้งหมดออกไป แล้วมุ่งสมาธิมาควบคุมมันอย่างเต็มตัว อาการท้ายออกจะมาหยอกเย้ากับคุณได้อย่างเต็มอรรถรส เพราะนี่คือรถซูเปอร์คาร์สุดเอ๊กซ์คลูซีฟที่สุดตั้งแต่ McLaren ผลิตออกมา และนี่ก็เป็นหนึ่งในไม่กี่คันในเมืองไทยจากจำนวนทั้งสิ้น 500 คันทั่วโลก ที่เราได้เข้าไปเก็บภาพสวยๆ มาฝากชาว Focster