Last updated: 21 ก.ย. 2569 | 116 จำนวนผู้เข้าชม |
The new STARIA Hybrid รถ MPV ไฮบริด 11 ที่นั่ง รุ่นแรกและหนึ่งเดียวในตลาดไทย มาพร้อมขุมพลัง Turbo Hybrid 242 แรงม้า ห้องโดยสารเน้นความสบาย เทคโนโลยีความปลอดภัยครบ และ 2 รุ่นย่อย ราคาเริ่มต้น 2.099 ล้านบาท

บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว The new STARIA Hybrid รถ MPV ไฮบริด 11 ที่นั่ง ที่หยิบอินไซต์ของครอบครัวยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม “Sandwich Generation” หรือคนที่ต้องรับผิดชอบทั้งพ่อแม่และลูก รวมถึงภาระงานและสารพัดเรื่องในบ้าน มาเป็นโจทย์ในการพัฒนารถ ภายใต้แนวคิด “11-Seater Hybrid. Ready for Every Mission รถไฮบริด 11 ที่นั่ง พร้อมสำหรับทุกภารกิจ”
จุดขายของ STARIA Hybrid จึงไม่ได้มีแค่จำนวนที่นั่ง แต่เน้นการเป็นรถที่พร้อมรองรับคนทั้งครอบครัว ตั้งแต่การรับ-ส่งลูก ดูแลผู้สูงอายุ ไปจนถึงการเดินทางไกลหรือใช้งานเพื่อธุรกิจ โดยมีห้องโดยสารขนาดใหญ่ เบาะ Premium Comfort Seat และพนักพิงศีรษะดีไซน์ใหม่สำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2 และ 3 พร้อมประตูสไลด์ไฟฟ้า 2 ฝั่ง และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่จัดมาให้กับผู้โดยสารทั้งคัน

11 ที่นั่ง พร้อมดูแลทุกเจเนอเรชัน
The new STARIA Hybrid รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 11 ที่นั่ง โดยให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายของผู้โดยสารทุกตำแหน่ง เบาะ Premium Comfort Seat และพนักพิงศีรษะดีไซน์ใหม่ถูกติดตั้งสำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2 และ 3 ขณะที่ประตู Smart Power Sliding Door แบบไฟฟ้าทั้งสองฝั่งช่วยให้เด็กและผู้สูงอายุขึ้น-ลงรถได้ง่ายขึ้น
ภายในยังมีจุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX 4 ตำแหน่ง ระบบปรับอากาศแยกส่วนหน้าและหลัง และช่องชาร์จ USB Type-C รวม 7 จุด ทั่วห้องโดยสาร ทำให้ STARIA Hybrid ถูกวางตำแหน่งให้รองรับการใช้งานของสมาชิกในครอบครัวที่มีช่วงวัยแตกต่างกัน

Hyundai Bluelink สั่งงานรถผ่านสมาร์ตโฟน
อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยให้การใช้งานในแต่ละวันง่ายขึ้นคือ Hyundai Bluelink ระบบเชื่อมต่อรถผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน สามารถตรวจสอบสถานะรถและสั่งงานบางฟังก์ชันจากระยะไกลได้ เช่น สตาร์ตรถ เปิดระบบปรับอากาศ ล็อกหรือปลดล็อกประตู รวมถึงตรวจสอบตำแหน่งรถที่จอดอยู่
ส่วนระบบความบันเทิงใช้หน้าจอ Infotainment ขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ Wireless Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมเครื่องเสียง BOSE ลำโพง 12 ตำแหน่ง

Turbo Hybrid 242 แรงม้า แรงบิด 367 นิวตัน-เมตร
เรื่องพละกำลัง The new STARIA Hybrid ใช้ระบบขับเคลื่อน Turbo Hybrid ให้กำลังรวมสูงสุด 242 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 367 นิวตัน-เมตร โดยระบบไฮบริดถูกออกแบบมาให้ช่วยทั้งในเรื่องการตอบสนองและประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง
สำหรับการใช้งานในเมือง ฮุนไดระบุอัตราความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงสุดที่ 17.2 กิโลเมตร/ลิตร ตามมาตรฐาน NEDC ซึ่งถือเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับรถ MPV ขนาดใหญ่ที่ต้องรองรับผู้โดยสารเต็มคันและถูกใช้งานในชีวิตประจำวัน

e-Motion Drive ช่วยให้รถใหญ่ขับง่ายขึ้น
STARIA Hybrid ยังมาพร้อมระบบ e-Motion Drive ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของตัวรถ ประกอบด้วย e-Ride, e-Handling, e-EHA และ e-Traction เพื่อช่วยลดอาการสั่นและการโยนตัว เพิ่มความมั่นคงขณะเข้าโค้งหรือเปลี่ยนทิศทาง รวมถึงช่วยรักษาการยึดเกาะถนน
ด้านระบบความปลอดภัยมาพร้อม Hyundai SmartSense รวม 15 ระบบ ครอบคลุมทั้งการขับขี่ในเมืองและการเดินทางไกล อาทิ Smart Cruise Control with Stop & Go, Forward Collision-Avoidance Assist, Lane Keeping Assist, Lane Following Assist, Blind-Spot Collision-Avoidance Assist, Blind-Spot View Monitor และ Rear Cross-Traffic Collision-Avoidance Assist พร้อม Surround View Monitor และเซนเซอร์รอบคัน

2 รุ่นย่อย ราคาเริ่มต้น 2.099 ล้านบาท
The new STARIA Hybrid มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่
STARIA Hybrid Modern ราคา 2,099,000 บาท
STARIA Hybrid Premium ราคา 2,399,000 บาท
สีตัวถังมี Creamy White และ Abyss Black Pearl ขณะที่รุ่น Premium เพิ่มสีใหม่ Galaxy Maroon Pearl
ด้านแคมเปญเปิดตัว STARIA Hybrid Privilege Package สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถระหว่างวันที่ 10 กันยายน – 31 ตุลาคม 2569 รับอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.69% พร้อมประกันภัยชั้นหนึ่งและ พ.ร.บ. 1 ปี รวมถึง Hyundai Smart Care ครอบคลุมค่าแรงและค่าอะไหล่ตามระยะ 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร พร้อมการรับประกันคุณภาพรถ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร

นอกจากนี้ยังมีสิทธิ์ขยายการรับประกันผ่านโปรแกรม myHyundaiCare PLUS สูงสุด 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี ขณะที่ลูกค้า Hyundai Family รับส่วนลดเพิ่มเติม 20,000 บาท เมื่อจองและรับรถตามเงื่อนไขที่กำหนด
The new STARIA Hybrid จึงเป็นการขยับจากรถ MPV 11 ที่นั่งแบบเดิม ๆ มาสู่รถที่เน้นตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่มากขึ้น ทั้งเรื่องพื้นที่ ความสะดวกสบาย เทคโนโลยี และระบบไฮบริด โดยเฉพาะคนที่ต้องรับบท “เดอะแบก” ของบ้าน และต้องพาทุกคนไปด้วยกันในทุกภารกิจของแต่ละวัน