Last updated: 6 ส.ค. 2569 | 231 จำนวนผู้เข้าชม |
Toyota Gazoo Racing เปิดตัว GR86 รุ่นปรับปรุงปี 2026 ที่ญี่ปุ่น แม้หน้าตาภายนอกแทบไม่เปลี่ยน แต่รอบนี้เป็นการอัปเกรดในจุดที่คนรัก GR86 ใช้งานจริงสัมผัสได้ทันที ทั้งฟีลลิ่งการขับ ระบบช่วยเหลือผู้ขับ และการกลับมาของสีในตำนานอย่าง Solid Gray ที่เคยเป็นสีพิเศษของ Toyota 86 รุ่นก่อนเรียกได้ว่าเป็นการ "เก็บรายละเอียด" ให้รถสปอร์ตขับหลังคันนี้สมบูรณ์ขึ้น โดยยังคงคาแรกเตอร์ความสนุกแบบเดิมไว้ครบถ้วน


Solid Gray กลับมาอีกครั้ง สีที่แฟน 86 เรียกร้อง
ไฮไลต์แรกของ GR86 รุ่นใหม่คือการนำสี Solid Gray กลับมาเป็นสีมาตรฐานอีกครั้ง หลังเคยเปิดขายแบบลิมิเต็ดบน Toyota 86 เมื่อปี 2017 สำหรับแฟน GR86 หลายคน สีนี้ถือเป็นหนึ่งในสีที่เข้ากับเส้นสายของตัวรถที่สุด ให้ลุคดิบ เรียบ และดูเหมือนรถแต่งจากโรงงาน โดย Toyota เลือกนำกลับมาตามเสียงเรียกร้องของลูกค้า
นอกจากนี้ รุ่น RZ ยังได้รับการปรับรายละเอียดภายในห้องโดยสารใหม่ เพิ่มคุณภาพวัสดุและความรู้สึกพรีเมียมมากขึ้น เช่น
- ปุ่มควบคุมแบบผิวใหม่ จับถนัดมือกว่าเดิม
- เคลือบสี Cast Black ลดแสงสะท้อน
- เพิ่มสมาธิระหว่างการขับขี่
- ห้องโดยสารโทน Black / Red ถูกปรับใหม่ ให้แรงบันดาลใจจาก Toyota 86 รุ่นท้ายๆ มากขึ้น

อัปเกรดฟีลการขับ ขับสนุกกว่าเดิมโดยไม่ต้องเพิ่มแรงม้า
Toyota ไม่ได้เพิ่มกำลังเครื่องยนต์ แต่เลือกพัฒนาสิ่งที่คนขับสัมผัสได้จริง ทีมวิศวกรร่วมกับนักแข่งและนักทดสอบของ GR นำรถไปเซ็ตอัปทั้งในสนามแข่งและสนามทดสอบ ก่อนปรับจูนหลายจุด
Throttle Mapping ใหม่
ระบบคันเร่งถูกปรับให้ตอบสนองเป็นธรรมชาติมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น
ออกจากโค้ง, ถนนเปียก, ถนนลื่น, ถนนหิมะ
แรงม้าจะมาแบบ Linear ควบคุมได้ละเอียดกว่าเดิม ทำให้คนขับสามารถคอนโทรลรถได้แม่นยำขึ้น

พวงมาลัยไฟฟ้า EPS ปรับจูนใหม่
อีกจุดที่ได้รับการอัปเกรดคือระบบพวงมาลัยไฟฟ้า
Toyota นำข้อมูลจากการแข่งขัน Super Taikyu Series มาปรับซอฟต์แวร์ใหม่ ผลลัพธ์คือ
- รถนิ่งขึ้นในโค้งความเร็วสูง
- ลดอาการดิ้นบนพื้นผิวขรุขระ
- การตอบสนองคมและแม่นยำกว่าเดิม
- ไล่ไลน์ในสนามได้มั่นใจกว่าเดิม
เป็นการอัปเดตที่สาย Track Day น่าจะชอบไม่น้อย

เกียร์ธรรมดา 6MT ปรับกลไกใหม่ เข้าเกียร์ง่ายขึ้น
หนึ่งในรายละเอียดที่หลายคนอาจมองข้าม แต่คนใช้เกียร์ธรรมดาจะสัมผัสได้ทันที คือการปรับกลไก Shift Interlock ภายในชุดเกียร์ 6MT Toyota ขยายมุมลบคมของชุดล็อกเกียร์ประมาณ 0.5 มิลลิเมตร เพื่อให้การเปลี่ยนเกียร์ลื่นไหลกว่าเดิม โดยเฉพาะจังหวะ เข้าเกียร์ 4 และ 5 ที่ทำได้ง่ายและแม่นยำขึ้น ลดโอกาสพลาดในจังหวะเปลี่ยนเกียร์ต่อเนื่อง
รวมถึงช่วยให้การลดเกียร์ก่อนเข้าโค้งต่อเนื่องเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น เหมาะทั้งการขับในชีวิตประจำวันและการขับแบบ Performance Driving


Eyesight ใหม่ อัปเกรดเป็น 3 กล้อง
อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือระบบ Eyesight จากเดิมที่ใช้กล้องคู่ Stereo Camera
GR86 รุ่นใหม่เปลี่ยนมาใช้
- Stereo Camera มุมกว้าง
- กล้อง Monocular Ultra Wide เพิ่มอีก 1 ตัว
รวมเป็นระบบ 3 กล้อง
ช่วยเพิ่มพื้นที่การตรวจจับด้านหน้า รองรับระบบช่วยเหลือผู้ขับได้แม่นยำและครอบคลุมมากกว่าเดิม แม้จะเป็นรถสปอร์ตที่มีตำแหน่งนั่งต่ำก็ตาม
ขุมพลังยังคงเป็น
เครื่องยนต์ Boxer NA ขนาด 2.4 ลิตร กำลังสูงสุด 235 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหลัง (FR) มีทั้งเกียร์ธรรมดา 6MT และอัตโนมัติ 6AT แม้ไม่มีการเพิ่มแรงม้า แต่ Toyota เชื่อว่าการปรับจูนระบบต่าง ๆ จะทำให้รถขับสนุกและมั่นใจมากขึ้นกว่าเดิม




ราคาในญี่ปุ่น Toyota เปิดรับจองตั้งแต่ 28 สิงหาคม 2026
GR86 RC 6MT : 2,936,000 เยน (ประมาณ 620,000 บาท)
GR86 SZ 6MT : 3,195,000 เยน (ประมาณ 675,000 บาท)
GR86 SZ 6AT : 3,293,000 เยน (ประมาณ 695,000 บาท)
GR86 RZ 6MT : 3,518,000 เยน (ประมาณ 743,000 บาท)
GR86 RZ 6AT : 3,616,000 เยน (ประมาณ 763,000 บาท)
นอกจากนี้ Toyota ยังเพิ่ม GR86 Cup Car Basic เวอร์ชันเกียร์อัตโนมัติ สำหรับการแข่งขัน One Make Race เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่เริ่มต้นเข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตมากขึ้น
วิเคราะห์โดย FOC DRIVE
แม้จะไม่ใช่การไมเนอร์เชนจ์ใหญ่ แต่ GR86 รุ่นปี 2026 ถือเป็นการอัปเดตที่ "ตรงจุด" มากกว่าการเปลี่ยนหน้าตา เพราะ Toyota เลือกพัฒนาสิ่งที่เจ้าของรถใช้งานทุกวัน ทั้งการตอบสนองของคันเร่ง พวงมาลัย ความแม่นยำของเกียร์ และระบบความปลอดภัย
การกลับมาของ Solid Gray ก็ถือเป็นโบนัสสำหรับแฟน GR86 ที่รอสีนี้มานาน ขณะที่การอัปเกรด Eyesight เป็น 3 กล้อง ทำให้รถสปอร์ตคันนี้ใช้งานได้ง่ายและปลอดภัยขึ้นในชีวิตประจำวัน
ส่วนประเทศไทย ต้องรอติดตามว่าทาง Toyota จะนำสเปกอัปเดตนี้เข้ามาจำหน่ายเมื่อใด แต่มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง เนื่องจาก GR86 ยังคงเป็นหนึ่งในรถสปอร์ตที่ได้รับความนิยมในบ้านเรา