Hyundai IONIQ 5 N Line ประกอบไทย เปิดราคา 1.399 ล้านบาท (400คันแรก) ลดแรงจากรุ่นนำเข้า 589,000 บาท! วิ่งไกล 530 กม. พร้อม Bluelink

Last updated: 29 มิ.ย. 2569  |  216 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Hyundai IONIQ 5 N Line ประกอบไทย เปิดราคา 1.399 ล้านบาท (400คันแรก) ลดแรงจากรุ่นนำเข้า 589,000 บาท! วิ่งไกล 530 กม. พร้อม Bluelink

Hyundai ประเทศไทย เปิดตัว IONIQ 5 N Line MY2026 รุ่นประกอบในประเทศไทย อย่างเป็นทางการ พร้อมสร้างแรงกระเพื่อมตลาดรถยนต์ไฟฟ้าด้วยราคาเปิดตัว 1,399,000 บาท สำหรับ 400 คันแรก ก่อนปรับเป็น 1,699,000 บาท ในภายหลัง ถือเป็นการลดราคาจากรุ่นเดิมถึง 589,000 บาท แต่ยังคงจุดเด่นทั้งดีไซน์สปอร์ตแบบ N Line และอุปกรณ์หลักมาอย่างครบถ้วน



ราคา Hyundai IONIQ 5 N Line MY2026
IONIQ 5 N Line : 1,399,000 บาท (400 คันแรก)
หลังจากนั้นปรับเป็น 1,699,000 บาท
ประกอบในประเทศไทย


สิ่งที่เปลี่ยนจากรุ่นเดิม
เปลี่ยนเบาะเป็น หนังแท้สีดำ
เพิ่มระบบ Hyundai Bluelinkตรวจสอบสถานะรถผ่านแอป
ปลดล็อกรถ
เปิดแอร์ล่วงหน้า
ค้นหาตำแหน่งรถ
แจ้งเตือนการโจรกรรม
ปรับสีตัวถังใหม่ 3 สีOptic White
Titan Gray Metallic
Midnight Black Pearl
ราคาปรับลดลง 589,000 บาท

ขุมพลังไฟฟ้า
มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)
กำลังสูงสุด 228 แรงม้า
แรงบิด 350 นิวตันเมตร
แบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 84.0 kWh

สมรรถนะ

0-100 กม./ชม. ภายใน 7.4 วินาที
ความเร็วสูงสุด 185 กม./ชม.
วิ่งไกล 530 กม. (WLTP)
วิ่งไกล 591 กม. (NEDC)
รองรับชาร์จ DC สูงสุด 350 kW
ชาร์จ 10-80% ภายใน 18 นาที

อุปกรณ์เด่น ภายนอก
ชุดแต่ง N Line รอบคัน
ไฟหน้าและไฟท้าย Parametric Pixel LED
ล้ออัลลอย N Line ขนาด 20 นิ้ว
ประตูท้ายไฟฟ้า Smart Tailgate
มือจับประตู Pop-up

ภายใน
หน้าจอคู่ 12.3 นิ้ว
Wireless Charger
Ambient Light 64 สี
ระบบ V2L
เบาะไฟฟ้าคู่หน้า
พวงมาลัยและชุดตกแต่ง N Line

ระบบความปลอดภัย
มาพร้อม Hyundai SmartSense ครบชุด ได้แก่
Smart Cruise Control with Stop & Go
Forward Collision Avoidance Assist
Lane Keeping Assist
Lane Following Assist
Blind Spot Collision Avoidance
Blind Spot View Monitor
Rear Cross Traffic Collision Avoidance
กล้องรอบคัน 360 องศา
Safe Exit Assist
ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง


FOC DRIVE มองว่า
จุดขายสำคัญของ IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทยไม่ใช่แค่การเพิ่ม Bluelink หรือเปลี่ยนวัสดุเบาะ แต่คือ การลดราคาลงถึง 589,000 บาท จนทำให้รถ EV ระดับ D-SUV ที่ใช้แพลตฟอร์ม E-GMP กลับมาแข่งขันในตลาดได้อย่างจริงจังอีกครั้ง หากยังรักษาคุณภาพการประกอบและสเปกไว้ได้เหมือนรุ่นนำเข้า ก็ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าจับตามองที่สุดสำหรับคนที่กำลังมองหารถไฟฟ้าพรีเมียมในงบประมาณราว 1.4 ล้านบาท

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้