Last updated: 4 มิ.ย. 2569 | 87 จำนวนผู้เข้าชม |
ถ้ามีคนบอกเมื่อ 5 ปีก่อนว่า BMW M2 จะมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ วันนั้นแฟน BMW M หลายคนคงส่ายหัว แต่วันนี้มันเกิดขึ้นจริงแล้ว เพราะ BMW เปิดตัว M2 xDrive รุ่นปี 2027 อย่างเป็นทางการ นับเป็น M2 ขับเคลื่อน 4 ล้อคันแรกตั้งแต่ยุค 1 Series M Coupe, M2 F87 จนมาถึง M2 G87 ในปัจจุบัน

หัวใจยังคงเป็นเครื่องยนต์ S58 ขนาด 3.0 ลิตร 6 สูบเรียง Twin-Turbo ที่หลายคนยกให้เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ยุคใหม่ที่ดีที่สุดของ BMW ให้กำลังสูงสุด 473 แรงม้า ที่ 6,250 รอบ/นาที และแรงบิด 600 นิวตันเมตร ตั้งแต่ 2,700-5,620 รอบ/นาที ตัวเลขอาจไม่เพิ่มจาก M2 รุ่นปัจจุบัน แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือการส่งกำลังทั้งหมดลงสู่พื้นผ่านระบบ M xDrive และเกียร์อัตโนมัติ M Steptronic 8 จังหวะ ซึ่งกลายเป็นเกียร์เดียวที่มีให้เลือกในรุ่นนี้
ผลลัพธ์คืออัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ลดลงเหลือเพียง 3.6 วินาที เร็วกว่ารุ่นขับหลังถึง 0.3 วินาที และถ้านับแบบมาตรฐานอเมริกาที่ใช้ Rollout เวลาอาจลดลงไปถึง 3.3 วินาที ส่วน 0-200 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 12.8 วินาที ขณะที่ความเร็วสูงสุดถูกล็อกไว้ที่ 250 กม./ชม. และขยับเป็น 285 กม./ชม. เมื่อเลือก M Driver's Package

แต่จุดที่น่าสนใจจริงๆ ไม่ใช่เรื่องความเร็ว เพราะ BMW รู้ดีว่าเสน่ห์ของ M2 คือฟีลขับหลัง ดังนั้นระบบ M xDrive ที่ยกมาจาก M3 และ M4 จึงถูกปรับให้ขับหลังเป็นหลักในสถานการณ์ปกติ โดยมีคลัตช์ Multi-Plate แบบอิเล็กทรอนิกส์คอยส่งกำลังไปล้อหน้าเมื่อจำเป็นเพื่อเพิ่มการยึดเกาะ การตอบสนองจึงรวดเร็วกว่า AWD ทั่วไป และยังมี Active M Differential ช่วยจัดการแรงบิดที่ล้อหลังอีกชั้น
ที่สำคัญ BMW ยังเปิดโอกาสให้เจ้าของรถเลือกโหมด 2WD ได้ผ่านเมนู M Setup เพียงปิด DSC ระบบจะส่งกำลังไปล้อหลัง 100% เหมือน M2 รุ่นดั้งเดิมทันที นั่นหมายความว่ารถคันเดียวสามารถเป็นได้ทั้งรถ Track Day ที่ออกตัวโหดๆ และรถดริฟต์คันโปรดของสาย M ในวันหยุดสุดสัปดาห์

อีกหนึ่งรายละเอียดที่หลายคนอาจมองข้ามคือ BMW ยังไม่ได้ใส่เครื่องยนต์ S58 เวอร์ชันใหม่ที่มาพร้อมระบบ M Ignite ซึ่งเป็นเทคโนโลยี Pre-Chamber Ignition สำหรับลดการปล่อยมลพิษตามมาตรฐาน Euro 7 ดังนั้นมีความเป็นไปได้ว่า M2 อาจมีการอัปเดตขุมพลังอีกครั้งในอนาคต
ด้านภาพลักษณ์ภายนอกแทบไม่ต่างจาก M2 รุ่นปัจจุบัน แต่เพิ่มสีใหม่ BMW Individual Borusan Turkish Blue เข้ามาเป็นครั้งแรก ขณะที่การผลิตจะเริ่มขึ้นในเดือนสิงหาคม 2026 ที่โรงงาน San Luis Potosí ประเทศเม็กซิโก ซึ่งเป็นฐานการผลิต M2 ทุกคันทั่วโลก โดยในสหรัฐฯ เปิดราคาที่ 73,600 ดอลลาร์ หรือราว 2.4 ล้านบาทก่อนภาษีนำเข้า


สำหรับแฟน BMW นี่อาจเป็น M2 ที่ครบเครื่องที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพราะมันเร็วกว่าเดิม ขับง่ายกว่าเดิม ใช้งานได้ทุกสภาพถนน แต่ในขณะเดียวกันก็ยังรักษาคาแรกเตอร์ "รถสปอร์ตขับหลังตัวเล็กเครื่องหกสูบ" เอาไว้ได้อย่างครบถ้วน เพียงแต่สิ่งหนึ่งที่หายไปอย่างถาวรคือเกียร์ธรรมดา ซึ่งน่าจะเป็นประเด็นที่แฟนพันธุ์แท้ M Division ถกเถียงกันอีกพักใหญ่