Last updated: 18 พ.ค. 2569 | 260 จำนวนผู้เข้าชม |
Bentley Motors เดินหน้ากลยุทธ์ Beyond100+ แบบจริงจัง ล่าสุดประกาศใช้ Sustainable Aviation Fuel หรือ SAF สำหรับการขนส่งรถยนต์ทางอากาศทั่วโลกอย่างเป็นทางการ โดยมีผลทันที ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของแบรนด์ในการลดการปล่อยคาร์บอนตลอดทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ ตั้งแต่โรงงานไปจนถึงมือลูกค้า

แม้โดยปกติ Bentley จะเน้นขนส่งรถผ่านทางเรือเป็นหลัก แต่ในบางกรณีที่ลูกค้าต้องการรถแบบเร่งด่วน หรือเป็นความต้องการเฉพาะของแต่ละตลาด การขนส่งทางอากาศก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น และเพราะการขนส่งด้วยเครื่องบินมีการปล่อยคาร์บอนสูงกว่าทางทะเลหลายเท่า Bentley เลยเลือกเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิง SAF ที่ได้รับการรับรองจาก ISCC ซึ่งผลิตจากพลังงานหมุนเวียนหรือวัสดุเหลือใช้ และสามารถลดการปล่อย CO₂e ได้สูงสุดถึง 70-95% เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงอากาศยานแบบเดิม
Aimee Kelly ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนของ Bentley บอกว่า นี่ไม่ใช่แค่การทำภาพลักษณ์รักษ์โลก แต่เป็น “การลงมือทำจริง” กับส่วนของธุรกิจที่ยังจำเป็นต้องพึ่งพาการบิน โดยบริษัทต้องการให้ทุกขั้นตอนของโลจิสติกส์มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ในระยะยาว

Bentley ยังเผยอีกว่าตอนนี้ได้เริ่มใช้ SAF กับการขนส่งรถลูกค้าจริงแล้ว และกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายการใช้งานไปยังเส้นทางอื่นๆ ในอนาคต เพื่อให้ระบบโลจิสติกส์ทั้งหมดของแบรนด์ปล่อยคาร์บอนต่ำลงมากที่สุด
ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของแผน Beyond100+ ที่ Bentley ใช้เป็นโรดแมปสู่การเป็นแบรนด์รถหรูที่ยั่งยืนที่สุด ทั้งในแง่การผลิต เทคโนโลยี และการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วงหลังจะเห็นได้ชัดว่า Bentley ไม่ได้โฟกัสแค่เรื่อง “ความหรู” อีกต่อไป แต่กำลังพยายามบาลานซ์ระหว่าง Luxury กับ Sustainability ไปพร้อมกันแบบจริงจัง