Last updated: 3 เม.ย 2569 | 122 จำนวนผู้เข้าชม |
หลังจากจบงานมอเตอร์โชว์รอบล่าสุด เรามีโอกาสได้ฟังบิ๊กบริหารอย่างคุณศุภกรและคุณณัทธรมาสรุปทิศทางของ Toyota ต้องบอกว่าปีนี้เขาไม่ได้มาเล่นๆ และไม่ได้มาแค่ขายรถ แต่มาเพื่อยืนยันว่า "ความเก๋า" ของเจ้าตลาดยังมีอิทธิพลสูงมาก ท่ามกลางกระแสสงครามราคาและคู่แข่งหน้าใหม่ที่ถาโถมเข้ามา

ตัวเลขที่พิสูจน์ความแข็งแกร่ง (ยอดจองสะสม 6,888 คัน) ยอดจองระดับเกือบเจ็ดพันคันคือเครื่องยืนยันว่า Toyota ยังครองใจมหาชน Yaris Ativ ยังคงเป็นหัวหอกด้านยอดขายที่ใครก็โค่นยากด้วยความซื้อง่ายใช้คล่อง แต่ที่เซอร์ไพรส์สุดๆ คือ Land Cruiser FJ ที่สร้างปรากฏการณ์ยอดจองพุ่งทะลุ 800 คันทั่วประเทศ ทั้งที่ราคาและรถจริงยังมีความเป็นปริศนาสำหรับหลายคน นี่คือพลังของ Brand Loyalty ที่ลูกค้าพร้อมจะกำเงินมาวางทันทีเพราะ "เชื่อมั่นในชื่อ Toyota"
ทำไมจอง Toyota ถึง "จบ" มากกว่า "จอด"? ประเด็นที่น่าสนใจมากคือสัดส่วนยอดจดทะเบียนจริงในกรุงเทพฯ และปริมณฑลของ Toyota พุ่งสูงถึง 40% ทั้งที่ยอดจองในงานคิดเป็น 13% ของยอดรวมทั้งงาน สะท้อนว่าลูกค้าที่จอง Toyota คือกลุ่มที่มีคุณภาพและมีความพร้อมทางการเงินสูงมาก แถมยังมี Toyota Leasing (Thailand) มาเป็นแบ็กอัพคอยคัดกรองและบริหารจัดการให้ยอดจองกลายเป็นยอดขายจริงได้เสถียรกว่าสถาบันการเงินทั่วไปที่กำลังเข้มงวดในช่วงนี้

Multi-Pathway: ทางเลือกที่ "ไม่เสี่ยง" ในระยะยาว ในมุมมองของผู้บริหาร Toyota เชื่อว่าลูกค้าไม่ได้มองแค่ค่าน้ำมันวันนี้ แต่มองไปถึง "ต้นทุนการเป็นเจ้าของ" (Total Cost of Ownership) ในอีก 5-7 ปีข้างหน้า ทั้งค่าประกันภัยที่เสถียร ราคาขายต่อที่ชัดเจน และความสบายใจที่ไม่ต้องลุ้นเรื่องจุดชาร์จหรือค่าซ่อมมหาศาลในอนาคต ทำให้รถเครื่องยนต์สันดาป (ICE) และไฮบริด (HEV) ยังคงเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่
Inside FJ: เมื่อไลฟ์สไตล์นำหน้าความคุ้มค่า ข้อมูลวงในที่น่าสนใจคือลูกค้า Land Cruiser FJ กว่า 80% ตั้งใจเอาไปแต่งต่อแน่นอน Toyota เลยหัวใสจัดแพ็กเกจชุดแต่งมาให้เลือกจบตั้งแต่ตอนออกรถ ซึ่งมีลูกค้าเลือกสูงถึง 30% นี่คือตัวอย่างการใช้ Customer Centric ที่ชัดเจนมาก คือรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไรแล้วจัดหาให้ทันที ไม่ใช่แค่ขายรถอย่างเดียว
ความคาดหวังต่ออนาคตและภาครัฐ แม้สถานการณ์โลกจะผันผวน แต่ Toyota ยังยืนยันเป้ายอดขายเดิมและฝากโจทย์ถึงรัฐบาลชุดใหม่ในการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ และสร้างความชัดเจนในนโยบาย BEV เพื่อให้ไทยแข่งขันได้ในตลาดโลก โดยเน้นการใช้ Local Content ให้สูงเพื่อให้เกิดรายได้เข้าประเทศจริงๆ

สรุปภาพรวมจากวงสัมภาษณ์ครั้งนี้ ทำให้เห็นว่า Toyota กำลังเล่นเกมยาว (Long-term Game) ที่เน้นความชัวร์และความยั่งยืน ใครที่ชอบความแน่นอนและไม่อยากแบกรับความเสี่ยงในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ ค่ายสามห่วงยังคงเป็นคำตอบที่มั่นคงที่สุดครับ