Lamborghini เผยโฉมว่าที่ Hypercar ตัวพ่อของค่ายนาม Revuelto “เรเวลโต้”

Last updated: 30 มี.ค. 2566  |  683 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Lamborghini เผยโฉมว่าที่ Hypercar ตัวพ่อของค่ายนาม Revuelto “เรเวลโต้”

Lamborghini กระตุกผ้าคลุมเผยโฉมว่าที่ Hypercar ตัวพ่อของค่ายนาม Revuelto “เรเวลโต้” V12 plug-in hybrid HPEV ที่จะมาแทนที่ Aventador โดยทางค่ายระบุว่ามันคือ High Performance Electric Vehicle (HPEV) คันแรกของค่ายด้วยดีไซน์สุดโต่งลํ้าเฟร่อ!

มาเหนือด้วยการอนุรักษ์ขุมพลัง V12 na 6.5ลิตร ลําพังรีดม้าได้มากล้นถึง 814 bhp ที่ 9,250 รอบ/นาที (สามารถลากรอบได้สูงสุดถึง 9,500 รอบ/นาที รอบจัดโคตร!) แรงบิดสูงสุด 712 Nm ทํางานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว แต่ละตัวมีกําลัง 147 hp เป็นมอเตอร์ไฟฟ้าชนิด Oil-Cooled axial flux units ที่มีขนาดเล็กกว่าแบบ radial flux และให้แรงม้าแรงบิดมากกว่าด้วย แรงม้ารวมสูงถึง 1,001 bhp (1,015 CV) โดยมอเตอร์ 2 ตัวจะประกบที่ล้อหน้าซ้าย-ขวาแยกอิสระ สามารถทําหน้าที่เป็น Torque Vectoring ได้ดีอีกด้วยทําให้เข้าโค้งได้ง่ายขับได้คล่องตัวสูงพลางนํ้าหนักตัวได้ดีจากความพริ้วปราดเปรียวเวลาเคลื่อนตัว ส่วนมอเตอร์ตัวที่ 3 จะประกบต่อจากชุดเกียร์คลัทช์คู่ลูกใหม่เอี่ยมที่วางไว้หลังเครื่องยนต์แบบ transverse มีขนาดเล็กนํ้าหนักเบา 8 สปีดเดินหน้า (เกียร์ถอยหลังใช้มอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้า) โดยอุโมงค์กลางถูกใช้เป็นที่ติดตั้งชุดแบตเตอรี่ Lithium ion แทนที่ชุดเกียร์ แบตมีความจุ 3.8 kWh เรียงเป็นแผงเซล 108 เซลระบายความร้อนด้วยนํ้า รองรับการชาร์จไฟด้วย Onboard charging 7 kW AC ใช้เวลาชาร์จ 0-100% 30 นาทีเท่านั้นหรือให้เครื่องยนต์ปั่นไฟเข้าก็ได้

โครงสร้างแชสซีส์แบบ Carbon fiber ทั้งส่วนหัว Subframe เสา A Pillar และโครงสร้างห้องโดยสารที่ถูกเชื่อมต่อด้วยเทคนิกพิเศษ “monolithic” ส่วนโครงสร้างส่วนท้ายผลิตด้วยอลูมิเนียม แชสซีส์ใหม่เบากว่าเดิม 10% แกร่งขึ้นกว่าเดิม 25% ช่วงล่างรื้อระบบ Push rod ทิ้งเลยทําให้เหลือพื้นที่ด้านหน้าเหลือมากพอทําให้สามารถติดตั้งช่วงล่างหน้าใหม่แบบ Double Wishbone แทนที่ push rod ส่วนช่วงล่างหลังแบบ Multi-Link ใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยมีโหมดการขับขี่ที่สลับซับซ้อนถึง 13 ระบบ มีโหมดใหม่ Città ที่แปลว่า City mode ที่จะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้าขับเคลื่อนเพียวๆให้แรงม้าที่ 180 hp กลายเป็น Hypercar ขับเคลื่อนไฟฟ้าล้อหน้าได้ด้วย! วิ่งได้ระยะทางไม่ไกลนักเพียง 16 กม. (อย่างเก๋เหมือน SF90)

ควบคุมพฤติกรรมรถทั้งหมดด้วยระบบประมวลผลกลาง LDVI ที่ปรับจูน calibrate ใหม่ วิศวกรเคลมไว้ว่าถ้าเลือกโหมด Sport ระบบจะยอมให้เกิดอาการท้ายกวาดเพิ่มความสนุกในการขับขี่แม้จะเป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อ และท้าทายเร้าอารมณ์ขั้นสุดเมือปิด ESC Corsa off มันจะระหํ่าเดือดท้ายกวาดด้วยองศาที่มากกว่าที่เคยมีมาในรถขับเคลื่อน 4 ล้อ! ด้านแอร์โรไดนามิกปรับแต่งให้มีแรงกดอากาศสูงกว่า 66% เมื่อเทียบกับ Aventador อัตราเร่ง 0-100 กม/ชม ภายใน 2.5 วินาที ท็อปสปีดเกิน 347 กม/ชม!! เร็วท้านรกสมกับเป็นตัวพ่อทุกสถาบัน

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้