Mercedes-Benz รุกหนัก!! เปิดเทคโนโลยี E-Performance ขุมพลังความแรงแห่งอนาคตสำหรับรุ่น GT 4-Door และ C-Class

Last updated: 2021-03-31  |  385 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Mercedes-Benz รุกหนัก!! เปิดเทคโนโลยี E-Performance ขุมพลังความแรงแห่งอนาคตสำหรับรุ่น GT 4-Door และ C-Class

Mercedes-Benz ได้ให้คำตอบ ขุมพลังความแรงแห่งอนาคตสำหรับรุ่น GT 4-Door และ C-Class

                เครื่องยนต์ V8 bi-turbo ยังได้ไปต่อแต่จะถูกสงวนใช้ในรุ่น GT ซีรี่ส์ เท่านั้น ส่วนตัวแรงในรุ่น C-Class (C63 S) จะต้องใช้ขุมพลัง 4 สูบเทอร์โบ 2.0 ลิตร รหัส M139 พ่วงมอเตอร์ไฟฟ้าแทนที่บล็อก V8 bi-turbo


 
                ต่อจากนี้ไปรถยนต์ตระกูล Mercedes-AMG จะอาศัยเลย์เอาท์จากขุมพลังแบบ “Modular” คือสามารถสลับปรับเปลี่ยนกันระหว่างเครื่องยนต์ 4 สูบ หรือ 8 สูบ พ่วงเทอร์โบชาร์จ ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด วางอยู่ที่เพลาหน้า ในขณะเดียวกันวิศวกร AMG ได้ติดตั้ง Electric Drive Unit (EDU) มันคือมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลังทรงประสิทธิภาพที่รวมเอาแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 6.1 kWh วางที่เพลาหลัง ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ 2 สปีด มีเฟืองท้าย Limited Slip differential แบบอิเลคทรอนิก มาดูความไม่ธรรมดาของขุมพลังรุ่นใหม่แห่งอนาคตกัน บล็อก V8 4.0 ลิตร E Performance คาดการณ์กันว่าจะมีแรงม้าราวๆ 804 hp แรงบิดอภิมหาโหดถึง 1,001 Nm กันเลยทีเดียว! เชื่อว่ามันจะถูกวางลงในตระกูล AMG GT 4-Door ที่น่าจะเปิดตัวให้เห็นภายในปีนี้ เรื่องฝีเท้าคาดว่ามันจะทำอัตราเร่ง 0-100 km/h ต่ำกว่า 3.0 วินาทีแน่นอน!! ในขณะที่รุ่น GT63 S 4-Door รุ่นปัจจุบันทำได้ 3.1 วินาที
 


                ส่วนตัวแรงในตระกูล C-Class ก็เป็นไปตามที่เซียนรถคาดการณ์กันไว้ว่าสายพันธุ์ตัวแรงรหัส C ตัวใหม่จะหันมาใช้ขุมพลัง 4 สูบเทอร์โบ 2.0 ลิตร ในรหัส M139 นั่นเอง เป็นบล็อกเดียวกับที่ประจำการในตัว AMG A45 และ CLA45 แต่จะถูกวางตำแหน่งเครื่องตาม “แนวยาว” แทนที่แบบแนวขวาง โดยมีทีเด็ดกว่าด้วยการอัพเกรดเป็นเทอร์โบไฟฟ้ามาติดตั้งเป็นครั้งแรก (Electric Turbocharger) มันมีหลักการทำงานของเทอร์โบแบบเดียวกับเทคโนโลยีเทอร์โบที่ใช้ในวงการรถแข่งฟอร์มูล่าวันที่เราเคยได้ยินเทคโนโลยี Motor Generator Unit-Heat (MGU-H) กังหันเทอร์ไบน์ของโข่งไอเสียเทอร์โบจะติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าจิ๋วให้กำลัง 8 hp (6kw) ที่จะคอยปั่นกังหันเทอร์ไบน์ให้เทอร์โบบูสท์อย่างหนักหน่วงรวดเร็วชนิดที่ไม่มีเทอร์โบลูกไหนบูสท์ได้รวดเร็วขนาดนี้มาก่อน สามารถบูสท์ได้รวดเร็วถึง 156,000 รอบ/นาที ในเสี้ยววินาที ด้วยเทคโนโลยีเทอร์โบไฟฟ้าที่ล้ำสมัยจะสามารถขจัดปัญหา Turbo lag ได้หมดไป เพราะมอเตอร์ไฟฟ้าสามารถปั่นกังหันเทอร์ไบน์ได้รวดเร็วชนิดสายฟ้าแลปสามารถสร้างแรงบูสท์ปั่นไอดีได้ปริมาณมหาศาลแบบไม่มีรอรอบอีกต่อไปเมื่อเทียบเทอร์โบแบบดั่งเดิมที่ยังต้องอาศัยไอเสียเป็นแรงขับบูสท์ ยิ่งเห็นผลได้ชัดในกรณีที่ยกคันเร่งแล้วเติมต่อจะไม่พบอาการ Turbo lag อีกต่อไปแต่จะได้การตอบสนองอย่างเฉียบพลันแทนที่! เนื่องจากในขณะที่คันเร่งปิดมอเตอร์ไฟฟ้ายังคงปั่นกังหันเทอร์ไบน์อยู่ตลาดเวลา (เพราะไม่พึ่งไอเสียเป็นแรงขับเทอร์ไบน์) แม้ว่าในสภาวะนั้นจะมีแรงดันไอเสียเบาบางก็ตาม วิศวกร AMG เคลมว่าเทอร์โบไฟฟ้าจะให้การตอบสนองที่ก้าวล้ำไปอีกขั้นในการควบคุมอัตราบูสท์ให้การตอบสนองคันเร่งที่เรียกได้ว่าเหนื่อชั้นกว่าเครื่องยนต์ NA เสียด้วยซ้ำ เอาเป็นว่าบล็อก M139 ใหม่ที่ใช้เทอร์โบไฟฟ้า ต้นโคตรจัดจ้านแถมปลายก็มาหนักหน่วงเป็นเครื่องยนต์พลังแรงที่ได้เทคโนโลยีจาก Formula 1 ประมาณนั้น ยังไม่จบบวกกับชุด Electric Drive Unit (EDU) ที่เพลาหลังให้กำลังไฟด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 6.1 kWh ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ 2 สปีด ทำให้แรงม้าที่ได้จากเครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตรเทอร์โบไฟฟ้าจากบล็อก M139 442 hp มารวมกับพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า EDU ที่สามารถเบ่งกล้ามพีคสุดถึง 201 hp ในช่วงสั้นๆ (10 วินาที) แต่ให้แรงม้าเนทีฟ 94 hp (แรงม้าต่อเนื่อง) นอกจากนี้ยังติดตั้งไดสตาร์ทที่ขับเคลื่อนด้วยสายพานให้กำลัง 14 แรงม้าทำหน้าที่สตาร์ทเครื่องยนต์ รันระบบไฟฟ้าต่างๆภายในรถ อาทิ ระบบแอร์ ไฟส่องสว่างในกรณีที่แบตเตอรี่หลักกำลังไฟลดลงแต่อย่าพึ่งบวกตัวเลขเป็น 643 แรงม้านะ! เพราะเชื่อว่าวิศวกร AMG น่าจะปรับลดแรงม้าที่ได้จากมอเตอร์ไฟฟ้าแน่ก่อนจะประกาศข้อมูลทางเทคนิกออกมาอย่างเป็นทางการแต่ที่แน่ๆตัวแรงรหัส C AMG จากขุมพลัง E-Performance ตัวใหม่มันต้องแรงกว่า C63 S ตัวปัจจุบันที่ใช้เครื่อง V8 bi-turbo แน่นอนและเมื่อเวลานั้นมาถึง เราคงได้สัมผัสขุมพลังความแรงแห่งอนาคตในรหัส AMG E-Performance ว่ามันจะสุดขนาดไหน!