บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย สานต่อเส้นทางสู่ยานยนต์แห่งอนาคต มอบประสบการณ์มอเตอร์โชว์เต็มรูปแบบที่ผสานช่องทางดิจิทัลล้ำสมัย MINI Convertible Sidewalk Edition

Last updated: Jul 13, 2020  |  178 จำนวนผู้เข้าชม  |  Rear view mirror New Comers PREMIER

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย สานต่อเส้นทางสู่ยานยนต์แห่งอนาคต  มอบประสบการณ์มอเตอร์โชว์เต็มรูปแบบที่ผสานช่องทางดิจิทัลล้ำสมัย MINI Convertible Sidewalk Edition

มินิ คอนเวิร์ตทิเบิล Sidewalk Edition

ราคาจำหน่าย: 3,060,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)

 



รถยนต์มินิ คอนเวิร์ตทิเบิล Sidewalk Edition ผสมผสานเอกลักษณ์อันโดดเด่นและกลิ่นอายแห่งความร่วมสมัยเพื่อรังสรรค์ความแตกต่างแห่งสุนทรียะที่สะกดทุกสายตา สีฟ้าเมทัลลิก Deep Laguna แต่งแต้มตัวถังให้สะดุดตา เสริมบุคลิกให้โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยหลังคาผ้าสี Anthracite การตกแต่งภายนอกมาพร้อมกับลวดลายเรขาคณิตแบบสะท้อนแสงชวนมอง ส่งให้เส้นสายบนฝากระโปรงรถลาย Specific พร้อมเส้น Pin lines และส่วนประกอบอื่น ๆ ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ทั้งยังเสริมบุคลิกเฉพาะไม่ซ้ำใครด้วยแถบสัญลักษณ์ ‘SIDEWALK’ บริเวณกรอบไฟเลี้ยวด้านข้างและแถบทางเข้าประตูรถ ส่งให้รถยนต์มินิรุ่นพิเศษนี้แตกต่างไม่เหมือนใครขึ้นอีกขั้น

 

มินิ คอนเวิร์ตทิเบิล Sidewalk Edition สะดุดตาด้วยล้อรถลาย MINI Yours British Spoke 2-Tone ขนาด 18 นิ้ว มาพร้อมกับยางรันแฟลต ด้านหลังคาไฟฟ้าอัจฉริยะปรับพับได้อย่างเงียบเชียบด้วยระบบ Z-folding ได้ถึง 3 แบบ: ขึ้น ลง หรือโหมดหลังคามินิซันรูฟเพื่อรับลมเข้าสู่ห้องผู้โดยสาร โดยสามารถเปิดปิดหลังคาได้อย่างสมบูรณ์ภายในเวลาเพียง 18 วินาทีเท่านั้น แม้ในขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนวัสดุผ้าของหลังคารถแบบอ่อนโดดเด่นด้วยดีไซน์พิเศษที่ถักทอเป็นลวดลายเรขาคณิต เติมเต็มที่สุดแห่งการขับขี่สู่จุดหมายได้อย่างไร้ที่ติ

 



 

มินิ คอนเวิร์ตทิเบิล Sidewalk Edition มอบความแรงจากขุมพลังเบนซิน 4 สูบ ที่ให้พละกำลังสูงสุด 141 กิโลวัตต์ / 192 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตรที่ 1,350 – 4,600 รอบต่อนาที ทำงานคู่กับ
เกียร์อัตโนมัติ Steptronic คลัทช์คู่ 7 จังหวะ พร้อมทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และ
เร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 7.1 วินาที ทั้งยังมาพร้อมหลากหลายเทคโนโลยีการขับขี่และระบบความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นช่วงล่างแบบ Adaptive กล้องแสดงภาพด้านหลัง ไฟท้าย LED ลายธงยูเนียนแจ็ค พร้อมฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกอีกมากมาย รวมถึงระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน Apple CarPlay และแท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย

 




 

 

 

# # #

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก เราผลิตและจำหน่ายรถยนต์ภายใต้แบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ, โรลส์-รอยซ์ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด โดยมีเครือข่ายการผลิต 31 แห่งใน 15 ประเทศ อีกทั้งยังมีเครือข่ายผู้จำหน่ายและบริการมากกว่า 140 ประเทศทั่วโลก 

ในปี พ.ศ. 2562 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มียอดขายรถยนต์กว่า 2.5 ล้านคัน เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนหน้า 1.2% และมอเตอร์ไซค์ 175,000 คันทั่วโลก เพิ่มขึ้น 5.8% จากปีก่อนหน้า กลุ่มรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) เติบโตขึ้น 2.2% จากยอดการส่งมอบ 145,815 คันในปีที่ผ่านมา โดยมียอดส่งมอบทั้งหมดจนถึงปี 2562 รวมแล้วกว่า 500,000 คันทั่วโลก โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มีพนักงานทั้งหมด 133,778 คนทั่วโลก 

ความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้รับการขับเคลื่อนจากพลังแห่งวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี สร้างผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม และให้บริการกับลูกค้าอย่างดีที่สุด นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน โดยคำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในทุกผลิตภัณฑ์และในทุกขั้นตอนการผลิตอีกด้วย 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เป็นสาขาของ BMW AG ประเทศเยอรมนี ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2541 ประกอบด้วยสามบริษัท ได้แก่ บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการขายและการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ภายใต้แบรนด์ บีเอ็มดับเบิลยู และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด และบริษัท บีเอ็มดับเบิลยู ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านบริการทางการเงินสำหรับผู้จำหน่ายรถยนต์และลูกค้าบุคคล 

ในปี 2562 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งด้วยสถิติส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิจำนวน 12,954 คัน โดยมินิ ประเทศไทยได้สร้างสถิติยอดการเติบโตที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดมินิทั่วโลก ด้วยยอดส่งมอบรถยนต์
1,204 คัน เพิ่มขึ้นถึง 15% จากปีก่อนหน้า ส่วนเซกเมนต์รถหรู ที่ขับเคลื่อนด้วยยอดขายจากบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 บีเอ็มดับเบิลยู
ซีรีส์ 8 บีเอ็มดับเบิลยู X7 และบีเอ็มดับเบิลยู i8 เติบโตโดยรวมที่ 39% เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่รถยนต์ที่ผ่านการใช้งานแล้วภายใต้โปรแกรม BMW Premium Selection มีอัตราการเติบโตที่ 16% เมื่อเทียบปีต่อปี 

ในด้านการผลิต โรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นเครื่องสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ที่มีต่อตลาดในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะตลาดประเทศไทย ว่าเป็นตลาดที่สามารถเติบโตได้อย่างมีนัยยะสำคัญ และด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่ตั้ง ฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง และพนักงานผู้เชี่ยวชาญในด้านยนตรกรรม ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนู
แฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการประกอบยนตรกรรมของบีเอ็มดับเบิลยูในภูมิภาคอาเซียนที่ผ่านมานอกจากนี้ โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย มีการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการขยายกระบวนการประกอบภายในโรงงานและเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สืบเนื่องจากการจัดซื้อชิ้นส่วนยานยนต์จากประเทศไทยในแต่ละปีเป็นจำนวนมากเพื่อป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตในประเทศและเพื่อส่งออก คิดเป็นมูลค่ากว่า 4 พันล้านบาทต่อปี บีเอ็มดับเบิลยูจึงจัดตั้งสำนักงานจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์ขึ้นในประเทศไทยด้วย เพื่อจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์จากซัพพลายเออร์ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับเครือข่ายการผลิตของบีเอ็มดับเบิลยู 31 แห่ง ใน 15 ประเทศทั่วโลก 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย สามารถประกอบรถยนต์รุ่นต่างๆ ทั้งหมด 17 รุ่น ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 Gran Turismo บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 บีเอ็มดับเบิลยู X1 บีเอ็มดับเบิลยู X3 และ
บีเอ็มดับเบิลยู X5 สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R บีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR บีเอ็มดับเบิลยู
F750 GS บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS Adventure บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 R บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR และ บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 XR นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทยยังขยายสายการประกอบรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด 4 รุ่นในประเทศไทย ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู 330e 
บีเอ็มดับเบิลยู 530e บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e และบีเอ็มดับเบิลยู 745Le xDrive 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
1397
www.bmw.co.th     
www.mini.co.th     
www.bmw-motorrad.co.th      

สื่อมวลชนติดต่อ  บริษัท คาร์ลบายร์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์
สุธาทิพย์ บุญแสง (08-7685-1695 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 102)
ธรธวัช ทองแนบ (08-3225-4567 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 206)
ปวริศา ธนวจีรัณ (08-6564-4726 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 125) 
พิชานัน ทูลกำธรชัย (08-5157-7557 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 101) 
sboonsaeng@carlbyoir.com, tthongnab@carlbyoir.com, pthanwajeran@carlbyoir.com, ptoonkamthornchai@carlbyoir.com