“เลอ แกรนด์ ลองเด-วู” ภาพยนตร์สั้นเรื่องล่าสุดของ คล๊อด เลอลูช ฉายรอบปฐมฤกษ์ นำแสดงโดย เฟอร์รารี่ เอสเอฟ90 สตราเดเล และ ชาร์ลส์ เลอแคลร์

Last updated: Jun 16, 2020  |  253 จำนวนผู้เข้าชม  |  Rear view mirror

“เลอ แกรนด์ ลองเด-วู” ภาพยนตร์สั้นเรื่องล่าสุดของ คล๊อด เลอลูช ฉายรอบปฐมฤกษ์ นำแสดงโดย เฟอร์รารี่ เอสเอฟ90 สตราเดเล และ ชาร์ลส์ เลอแคลร์

การเฉลิมฉลองให้กับการหวนคืนสู่ภาวะปกติในโมนาโก ที่ซึ่งการล็อคดาวน์ส่งผลให้ต้องยกเลิกหนึ่งในสนามที่โดดเด่นที่สุดของปฏิทินการแข่งขันเอฟวันไป ภาพยนตร์สั้นของ คล๊อด เลอลูช บอกเล่าเรื่องราวของการพบปะที่ผิดแผกแตกต่างไปจากเดิม ซึ่งเข้ามาแทนที่หนึ่งในกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตที่ได้รับความนิยมสูงสุดของปีนี้

 
เอสเอฟ90 สตราเดเล แย่งซีนในทุกสนามแข่งที่จัดขึ้น 65 ครั้งติดต่อกันเมื่อนับจนถึงปีนี้ รถยนต์เฟอร์รารี่เวอร์ชั่นสำหรับขับขี่บนถนนคันนี้ คัดเอาจุดเด่นของอารมณ์แบบรถแข่งมาใส่ไว้ได้อย่างชาญฉลาด ต้องยกความดีความชอบให้กับประสิทธิภาพและพละกำลังระดับ 1,000 แรงม้า ของเครื่องยนต์ วี8 นี่นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ที่นำระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริดมาใช้กับรถยนต์แบบโปรดักชั่น เอสเอฟ90 สตราเดเล เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว แต่ยังไม่เคยถูกทดสอบบนถนนมาก่อน ดังนั้น สนามแข่ง โมนาโก จีพี จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับ “การทดสอบที่กดดัน” เมื่อต้องขับเฟอร์รารี่รุ่นใหม่ให้ถึงขีดสุดของรถ

 
ความจริงแล้ว ผู้ที่อยู่หลังพวงมาลัยของ เอสเอฟ90 สตราเดเล ก็คือ ชาร์ลส์ เลอแคลร์ ชายผู้นำรถคันนี้วิ่งทะลุผ่านความเร็วกว่า 240 กม./ชม. บนถนนในบ้านเกิดของเขา โดยมีหม่อมเจ้าอัลเบิร์ทนั่งมาในฐานะผู้โดยสารคนแรกของเขา ตามมาด้วยเพื่อนร่วมทางที่เป็นหญิงลึกลับคนหนึ่ง

 

การถ่ายทำเริ่มต้นขึ้นในเช้าตรู่ของวันที่ 24 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่การแข่งขัน โมนาโก กรังปรีซ์ ควรจะเกิดขึ้น ถนนสายหลักถูกปิดการจราจรเป็นบางช่วงจังหวะ แต่จากการเริ่มคลายมาตรการล็อคดาวน์ จึงมีชาวโมนาโกขี้สงสัยจำนวนมากออกมามุงดูการถ่ายทำนี้ ทีมถ่ายทำ 17 คน ใช้กล้องหลากหลายชนิดเพื่อจับภาพเฟอร์รารี่ที่กำลังโชว์สมรรถนะ พร้อมด้วยทีมวิศวกรและช่างเทคนิค 6 คน จากมาราเนลโล คอยดูแลช่วยเหลือและให้คำแนะนำระหว่างการถ่ายทำ



ภาพยนตร์นี้อ้างอิงมาจากเรื่อง C'était un Rendez-Vous หนังสั้นที่ถูกถ่ายไปก่อนหน้านี้บนถนนของกรุงปารีสในปี 1976 โดย เลอลูช ซึ่งได้รับการยกย่องทางด้านวัฒนธรรมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นอกจากจะโฟกัสไปที่เรื่องของความเร็วและเสียงคำรามที่ได้ยินเพียงแวบเดียวก็รู้ว่ามาจากเครื่องยนต์ของเฟอร์รารี่แล้ว ยังมีนักแสดงหน้าเก่าและใหม่ ซึ่งทั้งคู่ต่างก็เป็นดั่งดวงใจของผู้กำกับ ร่วมแสดงอีกด้วย : นักแสดงสมทบในภาพยนตร์เรื่องแรกคือ กันนิลลา ฟริเดน ที่ต่อมากลายเป็นคู่ชีวิตของ เลอลูช ในขณะที่คนขายดอกไม้ตัวน้อยซึ่งปรากฏอยู่ในฉากเริ่มต้นและตอนจบ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก รีเบกกา บล็อง-เลอลูช หลานสาวของคู่รักแห่งปี 1976 นั่นเอง