มินิ ประเทศไทย ยกทัพมินิทุกตระกูลสู่งาน MINI Expo 2019 นำโดย มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน โพรไฟล์ใหม่ในราคาเร้าใจกว่าเดิม พร้อมยกระดับเทคโนโลยี MINI Connected เพื่อการเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัด

Last updated: Nov 4, 2019  |  254 จำนวนผู้เข้าชม  |  Rear view mirror New Comers PREMIER

มินิ ประเทศไทย ยกทัพมินิทุกตระกูลสู่งาน MINI Expo 2019 นำโดย มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน โพรไฟล์ใหม่ในราคาเร้าใจกว่าเดิม พร้อมยกระดับเทคโนโลยี MINI Connected เพื่อการเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัด

มินิ ประเทศไทย ยกทัพมินิทุกตระกูลสู่งาน MINI Expo 2019 นำโดย  มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน โพรไฟล์ใหม่ในราคาเร้าใจกว่าเดิม พร้อมยกระดับเทคโนโลยี MINI Connected เพื่อการเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัด

 มินิ ประเทศไทย นำโดย คุณปรีชา นินาทเกียรติกุล (กลาง) ผู้จัดการทั่วไป, คุณเยาวพาณี เพชรเพ็ง (ซ้าย) ผู้จัดการฝ่ายวางแผนการขายและผลิตภัณฑ์ และคุณกฤษฎา อุตตโมทย์ (ขวา) ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เตรียมยกทัพรถยนต์มินิครบทุกตระกูลและข้อเสนอพิเศษสู่งาน
MINI Expo 2019 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 30 สิงหาคม – 2 กันยายน พ.ศ. 2562 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
พร้อมเปิดตัวรถยนต์มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ในโพรไฟล์ใหม่ 3 รุ่น และเทคโนโลยี MINI Connected
เป็นครั้งแรก ยกระดับประสบการณ์ในการเชื่อมต่ออย่างเต็มรูปแบบ

กรุงเทพฯ. มินิ ประเทศไทย เตรียมนำเอกลักษณ์สไตล์บริติชพันธุ์แท้มาสร้างปรากฎการณ์ให้แฟน ๆ
ชาวไทยได้ตื่นตาตื่นใจอย่างเต็มรูปแบบในงาน MINI Expo 2019 ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งมินิได้เตรียมเปิดตัวรถยนต์มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ในโพรไฟล์ใหม่ถึง 3 รุ่น ได้แก่ มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน
เอนทรี ในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมด้วย มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน และมินิ คูเปอร์ เอส
คันทรีแมน ไฮทริม พร้อมเทคโนโลยี MINI Connected เป็นครั้งแรก นอกจากนี้ ยังรวมถึงรถยนต์มินิครบ
ทุกรุ่นทุกตระกูลทั้ง มินิ แฮทช์ 3 ประตู, มินิ แฮทช์ 5 ประตู, มินิ คอนเวิร์ตทิเบิล, มินิ คลับแมน, และ
ขุมพลังเทียบชั้นรถแข่งอย่าง มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ พร้อมด้วยข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมายเฉพาะในงาน MINI Expo 2019 เท่านั้น ในวันที่ 30 สิงหาคม – 2 กันยายน พ.ศ. 2562 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

คุณปรีชา นินาทเกียรติกุล ผู้จัดการทั่วไป มินิ ประเทศไทย กล่าวว่า “มินิได้สร้างความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในประเทศไทย ด้วยอัตราการเติบโตปีต่อปีที่เพิ่มขึ้นถึง 25% ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 เป็นข้อพิสูจน์ถึงความไว้วางใจที่ลูกค้าชาวไทยมอบให้แก่เรา และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญสู่ความสำเร็จต่อ ๆ ไปในอนาคต นอกจากนี้ ยังเป็นการเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 60 ปีของมินิอย่างน่าภาคภูมิใจ โดยเรายังเตรียมจัดกิจกรรมสุดพิเศษตลอดทั้งปีเพื่อมอบเซอร์ไพรส์ให้แก่ลูกค้า เช่น งาน MINI Expo 2019 ครั้งนี้ที่จะมี
ความสนุกสนานจากยนตรกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของมินิครบทุกแนวไม่ว่าจะเป็น มินิ แฮทช์ 3 ประตู
รุ่นยอดฮิตสำหรับผู้รักความสนุกสนานและความโดดเด่นบนท้องถนน และมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ที่จะมาปลุกเร้าจิดวิญญาณนักแข่งโกคาร์ทด้วยเครื่องยนต์ทรงพลังและดีไซน์ไม่ซ้ำใคร”

“ที่สำคัญ เรายังได้เปิดตัวเทคโนโลยี MINI Connected ที่มาพร้อมฟีเจอร์สำหรับการเชื่อมต่ออย่าง
ไร้ขีดจำกัดและครบวงจรมากยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับประสบการณ์ในการขับขี่ที่พรีเมียมและปลอดภัยขึ้นไปอีกขั้น โดยฟีเจอร์ใหม่นี้จะมอบความสะดวกสบายแก่ผู้ขับขี่ราวกับมีผู้ช่วยส่วนตัวตลอดเวลา เช่น
การนัดหมายกับศูนย์บริการของมินิ ระบบนำทางพร้อมข้อมูลการจราจรแบบ Real-Time หรือการควบคุมระบบปรับอากาศและฟังก์ชั่นอื่นๆจากระยะไกล ผ่าน Remote Services โดยผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงการควบคุมระบบพื้นฐานต่าง ๆ ของรถยนต์ได้แม้อยู่ห่างจากตัวรถผ่านทางแอพพลิเคชั่น MINI Connected บนสมาร์ทโฟน ซึ่งลูกค้าจะสามารถเข้าถึงบริการทั้งหมดนี้ได้ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น เสริมประสบการณ์การขับขี่อย่างมินิพร้อมความสนุกสนาน ที่จะยังคงตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยได้อย่างแน่นอน” คุณปรีชากล่าวสรุป

มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน เอนทรี
ราคาจำหน่าย 1,989,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)
มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน
ราคาจำหน่าย 2,299,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)



มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน เอนทรี  

มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน


มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน เอนทรี โพรไฟล์ใหม่ในตระกูลมินิ คันทรีแมน มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ MINI TwinPower Turbo ที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่และการตอบสนองที่ดีขึ้น ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังขับเคลื่อนสูงสุดอยู่ที่ 141 กิโลวัตต์ / 192 แรงม้า ที่ 5,000 – 6,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ที่ 1,350-4,600 รอบต่อนาที ส่งความเร็วสูงสุดที่ 224 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถเร่งจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 7.4 วินาที อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยอยู่ที่ 15.9 กิโลเมตรต่อลิตร ระดับการปล่อย CO2 เพียง 142 กรัมต่อกิโลเมตร และทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะ

สำหรับดีไซน์ของมินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน เอนทรี ยังคงความโฉบเฉี่ยวและอเนกประสงค์อันเป็นเอกลักษณ์ของตระกูลมินิ คันทรีแมนทั้งภายในและภายนอก โดยในห้องโดยสารมาพร้อมกับพวงมาลัยหนังแท้สปอร์ตแบบมัลติฟังก์ชั่นระบบ Servotronic เบาะนั่งหนังแท้สีดำ Leather Cross Punch Carbon Black สไตล์สปอร์ต เข้ากันกับการตกแต่งภายในสี Hazy Grey ส่วนภายนอกยังคงพกพาความสปอร์ตมาอย่างเต็มเปี่ยมด้วยล้ออัลลอย Pair Spoke สีเงินขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง Runflat รูปโฉมสะดุดตาด้วยเส้นสายการตกแต่งบริเวณกระโปรงหน้า ฝาครอบกระจกข้าง และหลังคาในสีดำ ไฟหน้า LED daytime driving light ให้แสงสว่างที่นวลตาอย่างทั่วถึงทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน พร้อม LED Fog light ตัดหมอกทั้งไฟหน้าและไฟท้าย ก่อนจะเสริมความเอ็กซ์คลูซีฟด้วย MINI Excitement Package ที่มาพร้อมกับระบบไฟเพื่อฉายโลโก้มินิลงบนพื้นบริเวณฝั่งคนขับเมื่อเปิดประตูรถ  

สำหรับระบบช่วยผู้ขับขี่ มอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยด้วยระบบควบคุมความเร็วคงที่พร้อมฟังก์ชั่นช่วยลดความเร็ว ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (DTC) ระบบเซนเซอร์ควบคุมระยะการจอด (PDC) ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC) โดยในรุ่นมินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน จะมาพร้อมกับระบบช่วย
นำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ (Parking Assistant) ด้วย

ส่วนไฮไลท์สำคัญในโพรไฟล์ใหม่ของตระกูลมินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน เอนทรี และมินิ คูเปอร์ เอส
คันทรีแมน คือระบบการสื่อสารและความบันเทิงที่มาพร้อมเทคโนโลยี MINI Connected ในแพ็คเกจ Connected Media มอบความสะดวกสบายและการเชื่อมต่อสื่อสารที่ไร้ขีดจำกัดยิ่งขึ้นให้แก่ผู้ขับขี่ ด้วยบริการการควบคุมระบบต่าง ๆ และเรียกดูข้อมูลผ่านสมาร์ทโฟน Remote Services, บริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ConnectedDrive Services, บริการจัดการนัดหมายกับศูนย์บริการอัตโนมัติ Teleservices และบริการโทรออกฉุกเฉิน Intelligent Emergency Call โดยมินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน จะมาพร้อมกับระบบนำทาง MINI Navigation และจอระบบสัมผัสขนาด 6.5 นิ้ว

มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ไฮทริม
ราคาจำหน่าย 2,499,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)



มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ไฮทริม ยังคงเอกลักษณ์ปราดเปรียวและการขับขี่เหนือระดับในเซกเมนต์
พรีเมียม คอมแพ็ค ขับเคลื่อนด้วยเบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo ที่มอบกำลังสูงสุดถึง 141 กิโลวัตต์/192 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ที่ 1,350-4,600 รอบต่อนาที และทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะแบบสปอร์ตพร้อม Paddle Shift

ดีไซน์ภายนอกของมินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ไฮทริม มาพร้อมล้ออัลลอยลาย Edged Spoke ขนาด
19 นิ้ว พร้อมยาง Runflat รอบคันตกแต่งด้วย Chrome Line ตัดขอบด้วยเส้นสายโครเมียมสีเงิน สายคาดบนฝากระโปรง หลังคา และฝาครอบกระจกในสีขาวหรือดำ พร้อมราวหลังคา ไฟหน้า LED daytime driving light และไฟ LED Fog light ตัดหมอกทั้งไฟหน้าและไฟท้าย ส่วนกล้องมองหลังติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์พื้นฐาน และยังคงความเอ็กซ์คลูซีฟด้วย MINI Excitement Package ที่ฉายโลโก้มินิบนพื้นบริเวณฝั่งคนขับเช่นเดียวกัน

ภายในห้องโดยสารตกแต่งในสไตล์ MINI Yours Piano Black Illuminated สะดุดตาด้วยสีดำมันวาว พร้อมไฟสีที่แต่งแต้มห้องโดยสารเพื่อเสริมสร้างบรรยากาศยามค่ำคืน และตัดขอบด้วย Chrome Line เช่นเดียวกับภายนอก ทั้งยังมาพร้อมกับพวงมาลัยหนังแท้สไตล์ MINI Yours แบบสปอร์ตพร้อมระบบ
มัลติฟังก์ชั่น และกระจกมองหลังตัดแสงเพื่อความสบายตา

ระบบช่วยผู้ขับขี่ในมินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ไฮทริม มีครบครันทั้งระบบควบคุมความเร็วคงที่พร้อมฟังก์ชั่นช่วยลดความเร็ว ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (DTC) ระบบเซนเซอร์ควบคุมระยะการจอดด้านหน้าและหลัง (PDC) และระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC) และระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ (Parking Assistant)

สำหรับเทคโนโลยี MINI Connected ในมินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ไฮทริม มาในแพ็คเกจ Navigation Plus ทำให้ระบบความบันเทิงการสื่อสารในรุ่นไฮทริมนี้สามารถยกระดับประสบการณ์ในการขับขี่ได้
อย่างเต็มรูปแบบ โดยมาพร้อมบริการพื้นฐานดังเช่นในรุ่น มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน และเสริมบริการเชื่อมต่ออย่างครบวงจรมากยิ่งขึ้นด้วยบริการอัพเดตข้อมูลการจราจรแบบนาทีต่อนาทีจาก Real-Time Traffic Information (RTTI) บริการ Apple CarPlay Preparation ให้สามารถควบคุมแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ บน iPhone ได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น และ FindMate บริการแจ้งเตือนตำแหน่งของใช้ส่วนตัวผ่านแอพพลิเคชั่น MINI Connected โดยมาพร้อมระบบนำทาง MINI Navigation และจอระบบสัมผัสขนาด 8.8 นิ้ว

MINI Connected: เทคโนโลยีเพื่อการเชื่อมต่ออย่างเต็มรูปแบบ

มินิได้พัฒนาเทคโนโลยี MINI Connected ให้ก้าวล้ำมากยิ่งขึ้น ด้วยบริการใหม่เพื่อการเชื่อมต่ออย่าง
ครบวงจร ผสานการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่ รถยนต์มินิ และโลกภายนอกเข้าเป็นหนึ่งเดียวกันผ่านแอพพลิเคชั่น MINI Connected บนสมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะอยู่ภายในหรือภายนอกรถยนต์ เพื่อความสะดวก สบายและความปลอดภัยในทุกการขับขี่และทุกเส้นทางบนท้องถนน

สำหรับรถยนต์มินิรุ่นที่ผลิตตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2561[1] จะมาพร้อมซิมการ์ดที่ติดตั้งไว้ในตัวรถ เพื่อการใช้งานฟีเจอร์พื้นฐานของ MINI Connected เช่น สำหรับ มินิ คูเปอร์ เอส คันทรี่แมน ไฮทริม จะมาพร้อมแพ็คเกจ MINI Connected Navigation Plus และจอระบบสัมผัสขนาด 8.8 นิ้ว ส่วนในรุ่นมินิ คูเปอร์ เอส คันทรี่แมน และมินิ คูเปอร์ เอส คันทรี่แมน เอนทรี จะมาพร้อมแพ็คเกจ MINI Connected Media และจอระบบสัมผัสขนาด 6.5 นิ้ว โดยไฮไลท์ของฟีเจอร์พื้นฐานที่สามารถใช้งานได้ในทุกแพ็คเกจ นอกจากการเชื่อมต่อระบบความบันเทิง เช่น แอพพลิเคชั่นสปอติฟาย (Spotify) และการแสดงผลข้อมูลการขับขี่ต่าง ๆ แล้ว ยังสามารถเข้าถึงข้อมูลสภาพอากาศประจำวันและข้อมูลอื่น ๆ บนอินเตอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านทางจอระบบสัมผัสบริเวณกลางแผงคอนโซล รวมถึงบริการช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ล้ำสมัยอื่น ๆ อีกมากมาย



รายละเอียด:

แพ็กเกจ Connected Media มาพร้อมอุปกรณ์และครอบคลุมการให้บริการดังนี้

·       หน้าจอขนาด 6.5 นิ้ว ระบบสัมผัส

·       บริการ Remote Services: เข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ของรถยนต์จากแอพพลิเคชั่น MINI Connected บนโทรศัพท์ เช่น ระยะทางที่ขับไปแล้ว สถานะของหน้าต่างและประตู ซึ่งบริการนี้ยังสามารถควบคุมระบบปรับอากาศ ระบบแตร และระบบไฟจากระยะไกลได้

·       บริการ Teleservices: บริการที่ช่วยจัดการนัดหมายอัตโนมัติผ่านการแชร์ข้อมูลของรถยนต์กับศูนย์บริการมินิที่คุณต้องการ หรือผู้ขับขี่สามารถทำการติดต่อผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของมินิด้วยตนเองผ่าน Teleservice Call

·       บริการ Intelligent Emergency Call: ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่ติดต่อกับศูนย์บริการฉุกเฉินของมินิ
ทางโทรศัพท์เพียงแค่กดปุ่ม SOS หรือในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ระบบเซ็นเซอร์การชนจะส่งสัญญาณแจ้งตำแหน่งพิกัดรถโดยอัตโนมัติไปยังศูนย์บริการ เพื่อการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

·       Connected Drive Services: ติดตามข้อมูลข่าวสารและข้อมูลสภาพอากาศประจำวันโดยละเอียดจาก RSS feed และยังมีบริการ Online Search ที่สามารถค้นหาตำแหน่งที่ตั้งของสถานที่ต่าง ๆ และส่งข้อมูลไปยังระบบนำทางในรถโดยอัตโนมัติ

แพ็กเกจ Connected Navigation มาพร้อมอุปกรณ์และครอบคลุมการให้บริการข้างต้น รวมทั้งเพิ่มเติมดังนี้

·       หน้าจอขนาด 6.5 นิ้ว ระบบสัมผัส พร้อมระบบแผนที่นำทาง

·       ระบบนำทางพร้อมข้อมูลการจราจรจาก Real-Time Traffic Information (RTTI) ที่สามารถแสดงข้อมูลสภาพการจราจรแบบนาทีต่อนาที ผ่านทั้งระบบนำทางภายในรถและแอพพลิเคชั่น
MINI Connected

·       การอัพเดทแผนที่ผ่านคลื่นสัญญาณโทรศัพท์ไร้สายอัตโนมัติ เพื่อการใช้งานบนแผนที่ที่ได้รับ
การอัพเดทข้อมูลล่าสุดอย่างมั่นใจ

·       Apple CarPlay Preparation: เข้าถึงฟีเจอร์และแอพพลิเคชั่นโปรดใน iPhone จากรถยนต์มินิได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะฟังเพลง รับสายโทรศัพท์ หรือพูดคุยกับ Siri รวมถึงการใช้งานแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ผ่านระบบ MINI Connected

แพ็กเกจ Connected Navigation Plus มาพร้อมอุปกรณ์และครอบคลุมการให้บริการข้างต้น รวมทั้งเพิ่มเติมดังนี้

·      หน้าจอขนาด 8.8 นิ้ว พร้อมปุ่ม MINI Touch Controller แบบสัมผัส และระบบแผนที่นำทาง

·      MINI FindMate มาพร้อมอุปกรณ์ระบุตำแหน่ง GPS เพื่อแจ้งเตือนตำแหน่งของใช้สำคัญต่าง ๆ เช่น กุญแจรถหรือกระเป๋าสตางค์ ผ่านการส่งสัญญาณบลูทูธที่เชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่น MINI Connected บนสมาร์ทโฟน โดยจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนผู้ใช้งานหากอยู่ห่างจากตัวส่งสัญญาณเกิน 40 เมตร

เทคโนโลยี MINI Connected ที่ได้รับการพัฒนาการเชื่อมต่อให้ล้ำสมัยยิ่งขึ้นนี้ สามารถเริ่มต้นการใช้งาน
ได้ง่ายๆ เพียงดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น MINI Connected เท่านั้น ลูกค้าจะเพลิดเพลินกับความสะดวกสบายและประสบการณ์การเชื่อมต่อระหว่างขับขี่ที่เหนือชั้นเป็นระยะเวลาสูงสุด 3 ปีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย หลังจากนั้น ลูกค้าสามารถสร้างสรรค์ประสบการณ์การเชื่อมต่อจาก MINI Connected แบบเฉพาะบุคคล โดยเลือกสมัครใช้แต่ละแอพพลิเคชั่นหรือบริการต่าง ๆ เพิ่มเติมจากบริการพื้นฐานได้ตามความต้องการ

รายละเอียดของแพ็กเกจ MINI Connected ในรุ่นต่างๆ



 
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาไปที่ www.mini.co.th/en_TH/home/range/mini-connected.html

MINI แคมเปญ 60 ปี 60 วัน 60 ถัง

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีแห่งตำนานของยนตรกรรมสไตล์บริติชสุดคลาสสิค สำหรับลูกค้ามินิทุกท่านที่ทำการจองรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม จนถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2562 และรับส่งมอบรถยนต์ภายในเดือนกันยายน พ.ศ. 2562 จะได้รับสิทธิประโยชน์เติมน้ำมันฟรี 60 ถัง*

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

*กรุณาตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับรุ่นที่เข้าร่วมแคมเปญ กับผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของมินิ ประเทศไทย

รูปภาพเพิ่มเติม



คุณปรีชา นินาทเกียรติกุล ผู้จัดการทั่วไป   มินิ ประเทศไทย และมินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน เอนทรี



(จากซ้าย) มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน  มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน เอนทรี  และมินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ไฮทริม
 
 

# # #


บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก เราผลิตและจำหน่ายรถยนต์ภายใต้แบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ, โรลส์-รอยซ์ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด โดยมีเครือข่ายการผลิต 31 แห่งใน 15 ประเทศ อีกทั้งยังมีเครือข่ายผู้จำหน่ายและบริการมากกว่า 140 ประเทศทั่วโลก


ในปี พ.ศ. 2561 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มียอดขายรถยนต์ 2,490,000 ล้านคัน และมอเตอร์ไซค์กว่า 165,000 คันทั่วโลก กำไรสุทธิในปีงบประมาณ 2560 ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป อยู่ที่ 10.655 พันล้านยูโร จากรายได้รวมทั้งหมด 98.678 พันล้านยูโร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มีพนักงานทั้งหมด 129,932 คนทั่วโลก


ความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้รับการขับเคลื่อนจากพลังแห่งวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี สร้างผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม และให้บริการกับลูกค้าอย่างดีที่สุด นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน โดยคำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในทุกผลิตภัณฑ์และในทุกขั้นตอนการผลิตอีกด้วย


บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เป็นสาขาของ BMW AG ประเทศเยอรมนี ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2541 ประกอบด้วย
สามบริษัท ได้แก่ บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการขายและการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ภายใต้แบรนด์ บีเอ็มดับเบิลยู และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด และบริษัท บีเอ็มดับเบิลยู ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านบริการทางการเงินสำหรับผู้จำหน่ายรถยนต์และลูกค้าบุคคล


ในปี 2561 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย สร้างสถิติความสำเร็จเป็นประวัติการณ์ด้วยยอดส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูได้เป็นสถิติใหม่ที่ 12,036 คัน ซึ่งสูงกว่าปีก่อนหน้าถึง 20% และยังนับเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในเครือข่ายของบีเอ็มดับเบิลยู
ทั่วโลกเป็นปีที่สองติดต่อกัน ส่วนยอดการส่งมอบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดในประเทศไทยก็เพิ่มสูงขึ้นถึง 122% ขณะที่มินิและ
บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด มียอดการส่งมอบรถตลอดปีสูงเป็นสถิติใหม่เช่นกันที่ 1,051 คัน (เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อนหน้า) และ 2,154 คัน (เพิ่มขึ้น 8%) ตามลำดับ



ในด้านการผลิต โรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นเครื่องสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบีเอ็ม
ดับเบิลยู กรุ๊ป ที่มีต่อตลาดในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะตลาดประเทศไทย ว่าเป็นตลาดที่สามารถเติบโตได้อย่างมีนัยยะสำคัญ และด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่ตั้ง ฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง และพนักงานผู้เชี่ยวชาญในด้านยนตรกรรม ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการประกอบยนตรกรรมของบีเอ็มดับเบิลยูในภูมิภาคอาเซียนที่ผ่านมานอกจากนี้ โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย มีการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการขยายกระบวนการประกอบภายในโรงงานและเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สืบเนื่องจากการจัดซื้อชิ้นส่วนยานยนต์จากประเทศไทยในแต่ละปีเป็นจำนวนมากเพื่อป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตในประเทศและเพื่อส่งออก คิดเป็นมูลค่ากว่า 4 พันล้านบาทต่อปี บีเอ็มดับเบิลยูจึงจัดตั้งสำนักงานจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์ขึ้นในประเทศไทยด้วย เพื่อจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์จากซัพพลายเออร์ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับเครือข่ายการผลิตของบีเอ็มดับเบิลยู 31 แห่ง ใน 15 ประเทศทั่วโลก


บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย สามารถประกอบรถยนต์รุ่นต่างๆ ทั้งหมด 13 รุ่น ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 Gran Turismo บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 บีเอ็มดับเบิลยู X1 และบีเอ็มดับเบิลยู X3 สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS บีเอ็มดับเบิลยู F 750 GS บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 R บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR และ บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 XR นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทยยังขยายสายการประกอบรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด 2 รุ่นในประเทศไทย ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู 530e และบีเอ็มดับเบิลยู 740Le

 
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
1-800-269-269
www.bmw.co.th    
www.mini.co.th    
www.bmw-motorrad.co.th     



สื่อมวลชนติดต่อ  บริษัท คาร์ลบายร์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์
สุธาทิพย์ บุญแสง (08-7685-1695 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 102)
ธรธวัช ทองแนบ (08-3225-4567 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 206)
พิชานัน ทูลกำธรชัย (08-5157-7557 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 101)
นลินุตม์ ศิริสมบัติ (08-6977-7881 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 155)
sboonsaeng@carlbyoir.com, tthongnab@carlbyoir.com, ptoonkamthornchai@carlbyoir.com, nsirisombut@carlbyoir.com