Last updated: 25 ส.ค. 2569 | 44 จำนวนผู้เข้าชม |
ฮุนไดส่ง The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทยเข้ามาเป็นอีกตัวเลือกของคนที่อยากได้ EV ที่หน้าตาไม่เหมือนรถทั่วไป แต่ก็ยังใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง จุดเด่นของรุ่นนี้ไม่ใช่แค่การเอาชุดแต่ง N Line มาใส่ เพราะตัวรถยังได้แบตเตอรี่ 84 kWh ระบบไฟฟ้า 800V ชาร์จเร็ว และเทคโนโลยีใหม่อย่าง Hyundai Bluelink ที่เปิดตัวในไทยกับรุ่นนี้เป็นครั้งแรก

จากราคาเต็ม 1,699,000 บาท ตอนนี้ฮุนไดมีข้อเสนอพิเศษ 1,449,000 บาท สำหรับ 200 คัน หลังแคมเปญ Early Bird 1.399 ล้านบาทสำหรับ 400 คันแรกใกล้ครบจำนวน ทำให้ IONIQ 5 N Line กลายเป็น EV อีกคันที่น่าสนใจในช่วงราคานี้
10 เหตุผลที่นาทีนี้ต้อง The new 2026 IONIQ 5 N Line
1. N Line ทำให้ IONIQ 5 ดูสปอร์ตขึ้นแบบเห็นได้ชัด
IONIQ 5 เดิมก็มีดีไซน์ที่แตกต่างจาก EV ทั่วไปอยู่แล้ว แต่รุ่น N Line เติมความสปอร์ตเข้ามาอีกชุด ทั้ง กันชนหน้า-หลัง, สเกิร์ตข้าง, ดิฟฟิวเซอร์ และล้ออัลลอย 20 นิ้ว ทำให้ตัวรถดูดุขึ้น โดยยังเก็บพื้นที่ใช้สอยและความสบายแบบ IONIQ 5 เอาไว้ครบ
2. แบตเตอรี่ 84 kWh วิ่งได้สูงสุด 591 กม.
จุดนี้ถือว่าเป็นตัวเลขสำคัญ เพราะ IONIQ 5 N Line ให้แบตเตอรี่ 84 kWh และระยะทางสูงสุด 591 กม. ตามมาตรฐาน NEDC ขับใช้งานในเมืองหรือออกทริปก็ไม่ต้องแวะชาร์จบ่อยเกินไป
3. 800V ชาร์จ 10-80% ประมาณ 18 นาที
นี่เป็นอีกจุดที่ IONIQ 5 N Line ยังน่าสนใจ เพราะใช้ระบบไฟฟ้า 800V รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 350 kW และสามารถชาร์จจาก 10-80% ได้ประมาณ 18 นาที เมื่อใช้เครื่องชาร์จที่รองรับ
4. มอเตอร์ 225 แรงม้า ขับหลัง 0-100 กม./ชม. 7.5 วินาที
รุ่นนี้เป็นมอเตอร์ไฟฟ้าแบบขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 225 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 7.5 วินาที และมีโหมดขับขี่ให้เลือก 5 แบบ ได้แก่ Eco, Normal, Sport, My Drive และ Snow

5. ช่วงล่างไม่ได้เน้นแค่หล่อ แต่ปรับมาให้ขับสนุกขึ้น
ด้านหน้าใช้ MacPherson Strut ด้านหลังเป็น Multi-link พร้อมระบบ High Performance Damping Control ขณะที่คนขับสามารถใช้ Paddle Shifter ปรับระดับ Regenerative Braking ได้ ทำให้เลือกจังหวะการหน่วงของรถได้ตามที่ตัวเองถนัด
6. ห้องโดยสารกว้าง เพราะฐานล้อยาวถึง 3 เมตร
IONIQ 5 N Line ยังคงจุดเด่นเรื่องพื้นที่ใช้สอยแบบ IONIQ 5 ด้วยฐานล้อ 3,000 มม. มีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย 520 ลิตร และเมื่อพับเบาะหลังสามารถเพิ่มได้ถึง 1,580 ลิตร จะใช้เป็นรถครอบครัว ขนของ หรือออกทริปก็ยังเอาอยู่
7. อุปกรณ์ในห้องโดยสารให้มาค่อนข้างครบ
ภายในได้ทั้ง เบาะหนังแท้พร้อมโลโก้ N, เบาะคนขับ Zero Gravity พร้อมที่พักขา, Vision Roof, Mood Light 64 สี, หน้าจอคู่ 12.3 นิ้ว และเครื่องเสียง BOSE 8 ลำโพง ซึ่งทำให้คันนี้ไม่ได้เน้นแค่ความสปอร์ต แต่ยังเล่นเรื่องความสบายด้วย
8. Hyundai Bluelink ครั้งแรกในประเทศไทย
นี่คือหนึ่งในของใหม่ที่ควรรู้ เพราะ IONIQ 5 N Line เป็นรุ่นแรกในไทยที่ได้ Hyundai Bluelink สามารถเช็กสถานะรถ ล็อก-ปลดล็อกรถ เปิดแอร์ล่วงหน้า ดูตำแหน่งรถ และตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ผ่านสมาร์ตโฟนได้
9. V2L 3.6 kW เอาไฟจากรถไปใช้ข้างนอกได้
แบตเตอรี่ก้อนใหญ่ไม่ได้มีไว้ขับรถอย่างเดียว เพราะมีระบบ Vehicle-to-Load (V2L) จ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอกได้สูงสุด 3.6 kW จะเอาไปแคมปิง ทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าระหว่างเดินทางก็ได้
10. Hyundai SmartSense ให้ระบบช่วยขับมา 17 ระบบ
เรื่องความปลอดภัยก็ให้มาค่อนข้างแน่น โดยมี Hyundai SmartSense 17 ระบบ ช่วยดูแลตั้งแต่การขับในเมือง การรักษารถให้อยู่ในเลน การเปลี่ยนเลน การตรวจจับจุดอับสายตา ไปจนถึงการช่วยจอด พร้อมกล้องมองรอบทิศทาง


ราคาและข้อเสนอ
The new 2026 IONIQ 5 N Line ราคาอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 1,699,000 บาท
แต่ตอนนี้มีข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่พลาด Early Bird โดยราคาเหลือ 1,449,000 บาท จำกัดเพียง 200 คัน เท่านั้น
มีให้เลือก 3 สี
Midnight Black Pearl
Optic White
Titan Gray Metallic
นอกจากนี้ยังได้ Home Charger พร้อมค่าแรงติดตั้ง, ประกันภัยชั้น 1, บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง, รับประกันตัวรถ 5 ปี/150,000 กม. และรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี/160,000 กม. รวมถึง Bluelink และ OTA ฟรี 3 ปีแรก

ถ้ามองกันแบบตรงๆ จุดที่ทำให้ IONIQ 5 N Line น่าสนใจไม่ใช่แค่คำว่า N Line แต่เป็นการเอา ดีไซน์สปอร์ต + แบต 84 kWh + 800V + ชาร์จเร็ว + ห้องโดยสารใหญ่ + V2L + Bluelink + ระบบช่วยขับ มาอยู่ในคันเดียว และที่สำคัญคือเป็น รุ่นประกอบไทย ด้วย
ราคาและข้อเสนอพิเศษ รวมถึงเงื่อนไขการรับประกัน Hyundai Bluelink และ OTA เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด