บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย เผยโฉมบีเอ็มดับเบิลยู R nineT ใหม่ ยกระดับสมรรถนะพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยครบครัน

Last updated: 2021-09-10  |  188 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย เผยโฉมบีเอ็มดับเบิลยู R nineT ใหม่ ยกระดับสมรรถนะพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยครบครัน

 

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย เผยโฉมบีเอ็มดับเบิลยู R nineT ใหม่ ยกระดับสมรรถนะพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยครบครัน

เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ณ ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด
ทั่วประเทศ ราคาเริ่มต้น 739,000 บาท

 

 

กรุงเทพฯ. บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย นำจิตวิญญาณแห่งความคลาสสิกที่ข้ามผ่านกาลเวลานับทศทวรรษมาให้ไบค์เกอร์ชาวไทยได้สัมผัสกันอีกครั้ง กับบีเอ็มดับเบิลยู R nineT ใหม่ถึงสี่รุ่น โดยหลังจากการเปิดตัวรุ่นแรกไปเมื่อปี 2556 บีเอ็มดับเบิลยู R nineT ก็กลายเป็นมอเตอร์ไซค์ที่เป็นตัวแทนของเอกลักษณ์อันคลาสสิก สอดประสานเทคโนโลยีทันสมัยและการออกแบบที่ละเอียดประณีต แต่ยังเปิดพื้นที่ให้ไบค์เกอร์สร้างความเฉพาะตัวด้วยการแต่งอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ซึ่งมอเตอร์ไซค์ในตระกูล R nineT ล้วนสื่อถึงจิตวิญญาณแห่งการขับขี่ที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Urban G/S ที่เผยโฉมในปี 2523 สานต่อตำนานเอ็นดูโร่จาก R 80 G/S บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Scrambler ที่มาพร้อมแก่นแท้แห่งความเรียบง่ายสไตล์คลาสสิก และบีเอ็มดับเบิลยู R nineT Pure มอเตอร์ไซค์โรดสเตอร์ในดีไซน์แบบเปลือย

 

สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู R nineT รุ่นใหม่ ได้รับการยกระดับอย่างรอบด้าน ทั้งสมรรถนะ อุปกรณ์มาตรฐาน และตัวเลือกอุปกรณ์เสริมที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากรุ่นก่อนหน้า โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ระบายความร้อนด้วยอากาศ/น้ำมันที่ได้มาตรฐาน EU5 สร้างแรงบิดได้ทรงพลังกว่าที่เคย แต่ลดการปล่อยมลพิษยิ่งกว่า
มาพร้อมโหมดการขับขี่แบบ Pro ระบบเบรก ABS Pro ระบบ Dynamic Brake Control ระบบ Dynamic Traction Control ระบบป้องกันการลื่นไถลของล้อหลัง (MSR) ระบบกันสะเทือนใหม่แบบ WAD ที่ทั้งคล่องตัวและนุ่มนวลยิ่งกว่าขณะขับขี่ และไฟ LED ครบชุด



มร. มิเกล ญาเบรส-โปห์ล ผู้อำนวยการ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และผู้นำเข้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยู R nineT กลายเป็นหนึ่งในมอเตอร์ไซค์ที่โดดเด่นที่สุดบนท้องถนนประเทศไทย มีจุดกำเนิดที่สืบทอดมาจากมอเตอร์ไซค์คลาสสิกของบีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีฐานลูกค้าในเซกเมนต์นี้มากที่สุดในโลก นอกจากนี้ เอกลักษณ์ที่ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู R nineT ครองใจแฟน ๆ ชาวไทยไม่เสื่อมคลาย คือดีไซน์ที่เปิดกว้างสำหรับการเสริมอุปกรณ์แต่งเฉพาะตัวซึ่งเป็นปรัชญาการออกแบบของบีเอ็มดับเบิลยู R nineT นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรก และในไทยยังมี R nineT ที่ได้รับการสร้างสรรค์จากนักสะสมบิ๊กไบค์จนโด่งดังในระดับโลกมากมาย ความพิเศษของบีเอ็มดับเบิลยู R nineT ยังอยู่ที่การผสานกลิ่นอายความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัยของเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว เพื่อมอบสมรรถนะที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงความสะดวกสบายและความปลอดภัยเหนือกว่าที่เคย”

บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Pure ใหม่ ราคา 739,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) 
บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Scrambler ใหม่ ราคา 799,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) 
บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Urban G/S ใหม่ ราคา 799,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) 
บีเอ็มดับเบิลยู R nineT ใหม่ ราคา 859,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) 
บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Option 719 Night Black matt/ Aluminum mat ใหม่ ราคา 919,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) 
บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Option 719 Mineral White metallic/ Aurum ใหม่ ราคา 919,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) 

มอเตอร์ไซค์ในตระกูล R nineT ใหม่ มาใน 4 รุ่น ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู R nineT, R nineT Pure, R nineT Scrambler และ R nineT Urban G/S โดยทั้ง 4 รุ่นล้วนขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ระบายความร้อนด้วยอากาศและน้ำมัน ที่ได้รับการพัฒนาให้มีคุณสมบัติที่สอดคล้องตามมาตรฐานมลพิษ EU-5 ส่งพละกำลังสูงสุด 80 กิโลวัตต์ (109 แรงม้า) ที่ 7,250 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 116 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบต่อนาที หัวฉีดแบบใหม่ทำงานเข้าจังหวะกับระบบระบายความร้อนยิ่งขึ้น วาล์วปีกผีเสื้อและฝาครอบหัวฉีดได้รับการออกแบบใหม่ ส่งผลให้มอเตอร์ไซค์ R nineT ใหม่ทั้ง 4 รุ่นลดการปล่อยมลพิษได้มากกว่ารุ่นก่อนหน้าขณะที่ยังส่งพลังแรงบิดได้มากกว่าที่ความเร็วรอบปานกลาง (ที่ 4,000-6,000 รอบต่อนาที) จึงตอบสนองได้อย่างฉับไวระหว่างขับขี่

 

บีเอ็มดับเบิลยู R nineT ใหม่ทั้ง 4 รุ่นยังมาพร้อมระบบเบรก ABS Pro และระบบ Dynamic Brake Control หรือ DBC ที่เสริมความปลอดภัยยิ่งขึ้น แม้ขณะเบรกในสภาวะการขับขี่ที่ยากลำบาก และยังมาพร้อมระบบกันสะเทือนใหม่ที่สามารถปรับตั้งค่าความหนืดและการยุบตัวของสปริงได้ (WAD) ช่วยให้ทรงตัวได้มั่นคงและเพิ่มความสบายในการขับขี่ ปรับการตั้งค่าสปริงได้อย่างง่ายดายด้วยปุ่มหมุนที่เพิ่มเข้ามา

โหมดการขับขี่แบบ Pro ยังติดตั้งมาเป็นมาตรฐานในทั้ง 4 รุ่น ประกอบด้วยโหมดการขับขี่มากรฐาน ได้แก่ Rain และ Road เพิ่มเติมด้วยโหมด Dyna สำหรับ R nineT และ R nineT Pure ส่วน R nineT Scrambler และ R nineT Urban G/S จะมาพร้อมโหมด Dirt โดยขณะขับขี่ด้วยโหมด Dyna หรือ Dirt ผู้ขับขี่จะได้สัมผัสความสปอร์ตยิ่งขึ้น จากการตั้งค่าเครื่องยนต์ให้ตอบสนองความเร็วได้ฉับ


 

ไวเต็มพิกัด ส่วนระบบ Dynamic Brake Control หรือ DBC และ ABS Pro จะทำงานขณะขับขี่บนถนนที่มีแรงเสียดทานสูง เสริมความปลอดภัยยิ่งขึ้นเมื่อเร่งความเร็ว ในขณะที่ระบบป้องกันการลื่นไถลของล้อหลัง (MSR) จากการชะลอตัวหรือลดเกียร์ ช่วยให้ควบคุมรถได้มั่นคงและแม่นยำยิ่งขึ้น

แบบฉบับความคลาสสิกของบีเอ็มดับเบิลยู R nineT ใหม่ เติมเต็มด้วยดีไซน์ที่ผสานความล้ำสมัยของ
ยุคปัจจุบัน อย่างมาตรวัดความเร็วแบบอนาล็อกทรงกลมในโคมโลหะคุณภาพสูง ฝังเอกลักษณ์โลโก้บีเอ็มดับเบิลยู ไฟเลี้ยวที่ออกแบบกลมกลืนไปกับตัวรถ ก่อนจะเด่นชัดขึ้นมาเฉพาะเวลาเปิดไฟเท่านั้น ไฟหน้า LED มาพร้อมไฟส่องสว่างตอนกลางวันและไฟเลี้ยวสีขาว เสริมความทันสมัยด้วยช่องเสียบสายชาร์จ USB

บีเอ็มดับเบิลยู R nineT ใหม่ ทุกรุ่น ยังมีความโดดเด่นเฉพาะตัวด้วยรูปโฉมที่ออกแบบมาเพื่อบ่งบอก
ถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้ขับขี่แต่ละคน ได้แก่

· บีเอ็มดับเบิลยู R nineT ใหม่ เป็นการสานต่อตำนานของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด มาพร้อมกับสีดำอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมการขับขี่ที่คล่องแคล่วและเสียงคำรามลึกในสไตล์เครื่องยนต์บ็อกเซอร์
· บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Pure ใหม่ ดีไซน์ทรงเสน่ห์ไม่ซ้ำใคร มาในสีใหม่ Teal Blue metallic matt พร้อมถังน้ำมันในสี Mineral grey metallic
· สำหรับการขับขี่ในเมือง บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Scrambler ใหม่ สะกดทุกสายตาด้วย
สี Kalamata metallic matt finish สอดรับกับล้อซี่ลวดสีทองและยางล้อออฟโรด

 

· วิญญาณความสปอร์ตหวนกลับคืนมาอีกครั้งกับบีเอ็มดับเบิลยู R nineT Urban G/S ใหม่ ในสีขาวตัดลวดลายสีน้ำเงิน สื่อถึงอัตลักษณ์ดีไซน์มอเตอร์สปอร์ต เติมเต็มความโฉบเฉี่ยวด้วยล้อซี่ลวดสีทองและยางออฟโรด
·บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Option 719ใหม่ ถือเป็นมอเตอร์ไซค์รุ่นท็อปในตระกูล R nineT ที่เผยตัวตนของผู้ขับขี่ด้วยชุดแต่ง Option 719 ผสานตัวถังในสีสุดพิเศษ Option 719 Night Black matt/Aluminium matt และ Option 719 Mineral White metallic/Aurum พร้อมอุปกรณ์แต่งในแบบฉบับ Option 719 ได้แก่ ถังน้ำมันอะลูมิเนียมแบบเปลือย ในดีไซน์แบบพ่นสี/ขัดเงา

ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bmw-motorrad.co.th หรือติดต่อผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ทั่วประเทศ  

บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Pure ใหม่

 


บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Scrambler ใหม่

 

 

บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Urban G/S ใหม่

 

 

 

บีเอ็มดับเบิลยู R nineT ใหม่

 

บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Option 719 Night Black matt/ Aluminum mat ใหม่

 

 

บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Option 719 Mineral White metallic/ Aurum ใหม่

 

 

 

# # # 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป  
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก เราผลิตและจำหน่ายรถยนต์ภายใต้ แบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ, โรลส์-รอยซ์ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด โดยมีเครือข่ายการผลิต 31 แห่งใน 15 ประเทศ อีกทั้งยังมีเครือข่ายผู้จำหน่ายและบริการมากกว่า 140 ประเทศทั่วโลก  

ในปี พ.ศ. 2563 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มียอดขายรถยนต์กว่า 2.3 ล้านคัน และมอเตอร์ไซค์กว่า 169,000 คันทั่วโลก กำไรก่อนหักภาษีในปีงบประมาณ 2562 อยู่ที่ 7.118 พันล้านยูโร จากรายได้รวม 104.210 พันล้านยูโร โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มีพนักงานทั้งหมด 126,016 คนทั่วโลก 

ความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้รับการขับเคลื่อนจากพลังแห่งวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี สร้างผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม และให้บริการกับลูกค้าอย่างดีที่สุด นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน โดยคำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในทุกผลิตภัณฑ์และในทุกขั้นตอนการผลิตอีกด้วย  

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย  

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เป็นสาขาของ BMW AG ประเทศเยอรมนี ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2541 ประกอบด้วยสามบริษัท ได้แก่ บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการขายและการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ภายใต้แบรนด์ บีเอ็มดับเบิลยู และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด และบริษัท บีเอ็มดับเบิลยู ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านบริการทางการเงินสำหรับผู้จำหน่ายรถยนต์และลูกค้าบุคคล  

ในปี 2563 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งด้วยสถิติส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิจำนวน 12,426 คัน โดยได้ส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรวม 11,242 ลดลง 4.3% จากปีก่อนหน้า ขณะที่มินิมียอดการส่งมอบ 1,184 คัน ลดลงจากปีก่อนหน้าเล็กน้อยที่ 1.7% ด้านบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ยังคงรักษาผลงานที่แข็งแกร่งไว้ได้ ด้วยยอดส่งมอบ 1,224 คัน แม้จะต้องประสบกับสถานการณ์โรคระบาดในปี 2563     

ในด้านการผลิต โรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นเครื่องสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ที่มีต่อตลาดในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะตลาดประเทศไทย ว่าเป็นตลาดที่สามารถเติบโตได้อย่างมีนัยยะสำคัญ และด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่ตั้ง ฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง และพนักงานผู้เชี่ยวชาญในด้านยนตรกรรม ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนู แฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการประกอบยนตรกรรมของบีเอ็มดับเบิลยูในภูมิภาคอาเซียนที่ผ่านมา นอกจากนี้ โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย มีการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการขยายกระบวนการประกอบภายในโรงงานและเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สืบเนื่องจากการจัดซื้อชิ้นส่วนยานยนต์จากประเทศไทยในแต่ละปีเป็นจำนวนมากเพื่อป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตในประเทศและเพื่อส่งออก คิดเป็นมูลค่ากว่า 4 พันล้านบาทต่อปี บีเอ็มดับเบิลยูจึงจัดตั้งสำนักงานจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์ขึ้นในประเทศไทยด้วย เพื่อจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์จากซัพพลายเออร์ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับเครือข่ายการผลิตของบีเอ็มดับเบิลยู 31 แห่ง ใน 15 ประเทศทั่วโลก  

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย สามารถประกอบรถยนต์และมอเตอร์ไซค์รุ่นต่างๆ ทั้งหมด 17 รุ่น ได้แก่ บีเอ็ม ดับเบิลยู ซีรีส์ 2 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 บีเอ็มดับเบิลยู X1 บีเอ็มดับเบิลยู X3 บีเอ็ม ดับเบิลยู X5 และบีเอ็มดับเบิลยู X7 สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R บีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR  บีเอ็มดับเบิลยู F750 GS บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS Adventure บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS บีเอ็ม ดับเบิลยู R 1250 GS Adventure บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 R และบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทยยังขยายสายการประกอบรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด 5 รุ่นในประเทศไทย ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู 330e บีเอ็มดับเบิลยู 530e   บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e และบีเอ็มดับเบิลยู 745Le xDrive  

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: 
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย 
1397 
www.bmw.co.th       
www.mini.co.th       
www.bmw-motorrad.co.th        

สื่อมวลชนติดต่อ  บริษัท คาร์ลบายร์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์ 
สุธาทิพย์ บุญแสง (08-7685-1695 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 102) 
ธรธวัช ทองแนบ (08-3225-4567 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 206) 
ปวริศา ธนวจีรัณ (08-6564-4726 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 125)    

นภสร ศรีวรรณวิทย์  (08-5862-7676 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 212)
sboonsaeng@carlbyoir.com, tthongnab@carlbyoir.com, pthanwajeran@carlbyoir.com, nsriwannavit@carlbyoir.com