บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ร่วมกับ HackVax Open Design บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มูลนิธิซิโก้ มหาวิทยาลัยรังสิต กลุ่มออร์แกไนเซอร์จิตอาสา โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาและพันธมิตร ผนึกกำลังตรวจหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุกในกรุงเทพและปริมณฑล

Last updated: 2021-08-23  |  124 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ร่วมกับ HackVax Open Design  บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มูลนิธิซิโก้ มหาวิทยาลัยรังสิต กลุ่มออร์แกไนเซอร์จิตอาสา โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาและพันธมิตร ผนึกกำลังตรวจหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุกในกรุงเทพและปริมณฑล

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ร่วมกับ HackVax Open Design
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มูลนิธิซิโก้ มหาวิทยาลัยรังสิต กลุ่มออร์แกไนเซอร์จิตอาสา โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาและพันธมิตร ผนึกกำลังตรวจหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุกในกรุงเทพและปริมณฑล

 



ในภาพจากซ้าย คุณโอภาส นพพรพิทักษ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย (โรงงานระยอง), นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา, แพทย์หญิง นิสิตา นาทประยุทธ์ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา, คุณนฤมล ศรีสรรพ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา , นายแพทย์เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา, นายแพทย์ศุภชัย คุณารัตนพฤกษ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยรังสิต , คุณกฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย, คุณกลอยตา ณ ถลาง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), คุณมารุต ชุ่มขุนทด ผู้ริเริ่มโครงการ HackVax Open Design

 

 

กรุงเทพฯ. ด้วยความร่วมมือจากหลากหลายหน่วยงาน องค์กร และกลุ่มต่างๆ ประกอบด้วย บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชมรมแพทย์ชนบท, HackVax Open Design, บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), มูลนิธิซิโก้, QueQ, บริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัท ที.ซี.ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม จำกัด, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท เทค เบสแคมป์ จำกัด และกลุ่มออร์แกไนเซอร์ จิตอาสา ได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อส่งต่อความช่วยเหลือในช่วงวิกฤติโควิด-19 ในประเทศไทย ผ่านการให้บริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit หรือ ATK ให้แก่ประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อเป็นอีกทางเลือกในการตรวจเชิงรุกเพื่อร่วมยับยั้งและป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อในช่วงต้นเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา โดยมีทีมปฏิบัติการจากชมรมแพทย์ชนบทกว่า 41 ทีม เข้าร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้

นอกเหนือจากการอำนวยความสะดวกในการรับส่งทีมเทคนิคการแพทย์และทีมงานจากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาที่ต้องออกปฏิบัติการตามจุดตรวจต่าง ๆ ด้วยรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู X1 xDrive20d และรถยนต์มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน รวม 6 คัน โดยบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย แล้ว ส่วนสำคัญของการให้บริการครั้งนี้คือความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วนเพื่อร่วมกันกับชมรมแพทย์ชนบทที่ได้เข้ามาตรวจประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร โดยมีประชาชนเข้าตรวจทั้งสิ้นกว่า 145,000 คน ครอบคลุมพื้นที่จุดให้บริการกว่า 369 ชุมชน

การให้บริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุกครั้งนี้ยังได้รับความสนับสนุนจาก HackVax Open Design, บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), มูลนิธิซิโก้, QueQ, บริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัท ที.ซี.ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม จำกัด, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท เทค เบสแคมป์ จำกัด, และกลุ่มออร์แกไนเซอร์ จิตอาสา ที่ร่วมเป็นกำลังสำคัญช่วยให้การดำเนินกิจกรรมเพื่อส่งต่อความช่วยเหลือในช่วงวิกฤติโควิด-19 เป็นไปได้อย่างเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ทั้งยังเป็นอีกทางหนึ่งในการช่วยลดการแพร่ระบาดในไทย

ปฏิบัติการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุกในกรุงเทพฯ ของชมรมแพทย์ชนบท มีเป้าหมายเพื่อลงพื้นที่ตรวจ
คัดกรองผู้ติดเชื้อให้ได้มากที่สุดด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit หรือ ATK เพื่อให้การรักษาด้วยการจ่ายยา
ฟาวิพิราเวียร์ และนำผู้ป่วยเข้าสู่ระบบ Home Isolation อย่างทันท่วงที โดยบุคลากรด่านหน้าจากชมรมแพทย์ชนบททั้ง 41 ทีม รวมกว่า 400 คน ได้ดำเนินการตรวจเชื้อเชิงรุกเป็นเวลากว่า 7 วัน ระหว่างวันที่ 4 – 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564 ใน 196 จุดตรวจ ครอบคลุม 369 ชุมชน จึงสามารถตรวจคัดกรองประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลได้กว่า 145,566 คน ซึ่งในจำนวนนี้ พบเป็นผลบวกจำนวน 16,186 ราย คิดเป็นอัตราการติดเชื้อ 11.1% และได้แจกยาฟาวิพิราเวียร์ให้กับผู้ป่วยเหล่านี้ไปทั้งหมดรวม 467,150 เม็ด

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย อำนวยความสะดวกในการรับส่งทีมเทคนิคการแพทย์และทีมงานจากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาที่ต้องออกปฏิบัติการตามจุดตรวจต่าง ๆ

 

บุคลากรจากชมรมแพทย์ชนบท ทีมโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ทีมงานและพนักงานจิตอาสา เตรียมความพร้อมการให้บริการตรวจเชื้อโควิด-19 ด้วย ATK ในแต่ละจุดตรวจ

บุคลากรจากชมรมแพทย์ชนบท ทีมโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ทีมงานและพนักงานจิตอาสา เตรียมความพร้อมการให้บริการตรวจเชื้อโควิด-19 ด้วย ATK ในแต่ละจุดตรวจ

 

 

ประชาชนเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในแต่ละจุดตรวจระหว่างวันที่ 4 – 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564

 

# # #

 
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป  
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก เราผลิตและจำหน่ายรถยนต์ภายใต้ 
แบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ, โรลส์-รอยซ์ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด โดยมีเครือข่ายการผลิต 31 แห่งใน 15 ประเทศ อีกทั้งยังมีเครือข่ายผู้จำหน่ายและบริการมากกว่า 140 ประเทศทั่วโลก  

ในปี พ.ศ. 2563 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มียอดขายรถยนต์กว่า 2.3 ล้านคัน และมอเตอร์ไซค์กว่า 169,000 คันทั่วโลก กำไรก่อนหักภาษีในปีงบประมาณ 2562 อยู่ที่ 7.118 พันล้านยูโร จากรายได้รวม 104.210 พันล้านยูโร โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มีพนักงานทั้งหมด 126,016 คนทั่วโลก 

ความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้รับการขับเคลื่อนจากพลังแห่งวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี สร้างผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม และให้บริการกับลูกค้าอย่างดีที่สุด นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน โดยคำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในทุกผลิตภัณฑ์และในทุกขั้นตอนการผลิตอีกด้วย  

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย  

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เป็นสาขาของ BMW AG ประเทศเยอรมนี ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2541 ประกอบด้วยสามบริษัท ได้แก่ บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการขายและการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ภายใต้แบรนด์ บีเอ็มดับเบิลยู และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด และบริษัท บีเอ็มดับเบิลยู ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านบริการทางการเงินสำหรับผู้จำหน่ายรถยนต์และลูกค้าบุคคล  

ในปี 2563 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งด้วยสถิติส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิจำนวน 12,426 คัน โดยได้ส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรวม 11,242 ลดลง 4.3% จากปีก่อนหน้า ขณะที่มินิมียอดการส่งมอบ 1,184 คัน ลดลงจากปีก่อนหน้าเล็กน้อยที่ 1.7% ด้านบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ยังคงรักษาผลงานที่แข็งแกร่งไว้ได้ ด้วยยอดส่งมอบ 1,224 คัน แม้จะต้องประสบกับสถานการณ์โรคระบาดในปี 2563     

ในด้านการผลิต โรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นเครื่องสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ที่มีต่อตลาดในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะตลาดประเทศไทย ว่าเป็นตลาดที่สามารถเติบโตได้อย่างมีนัยยะสำคัญ และด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่ตั้ง ฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง และพนักงานผู้เชี่ยวชาญในด้านยนตรกรรม ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนู 
แฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการประกอบยนตรกรรมของบีเอ็มดับเบิลยูในภูมิภาคอาเซียนที่ผ่านมา นอกจากนี้ โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย มีการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการขยายกระบวนการประกอบภายในโรงงานและเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สืบเนื่องจากการจัดซื้อชิ้นส่วนยานยนต์จากประเทศไทยในแต่ละปีเป็นจำนวนมากเพื่อป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตในประเทศและเพื่อส่งออก คิดเป็นมูลค่ากว่า 4 พันล้านบาทต่อปี บีเอ็มดับเบิลยูจึงจัดตั้งสำนักงานจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์ขึ้นในประเทศไทยด้วย เพื่อจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์จากซัพพลายเออร์ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับเครือข่ายการผลิตของบีเอ็มดับเบิลยู 31 แห่ง ใน 15 ประเทศทั่วโลก  

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย สามารถประกอบรถยนต์และมอเตอร์ไซค์รุ่นต่างๆ ทั้งหมด 17 รุ่น ได้แก่ บีเอ็ม 
ดับเบิลยู ซีรีส์ 2 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 บีเอ็มดับเบิลยู X1 บีเอ็มดับเบิลยู X3 บีเอ็ม 
ดับเบิลยู X5 และบีเอ็มดับเบิลยู X7 สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R บีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR  
บีเอ็มดับเบิลยู F750 GS บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS Adventure บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS บีเอ็ม 
ดับเบิลยู R 1250 GS Adventure บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 R และบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทยยังขยายสายการประกอบรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด 5 รุ่นในประเทศไทย ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู 330e บีเอ็มดับเบิลยู 530e  
บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e และบีเอ็มดับเบิลยู 745Le xDrive  

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: 
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย 
1397 
www.bmw.co.th       
www.mini.co.th       
www.bmw-motorrad.co.th        

สื่อมวลชนติดต่อ  บริษัท คาร์ลบายร์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์ 
สุธาทิพย์ บุญแสง (08-7685-1695 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 102) 
ธรธวัช ทองแนบ (08-3225-4567 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 206) 
ปวริศา ธนวจีรัณ (08-6564-4726 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 125)    

นภสร ศรีวรรณวิทย์ (08-5862-7676 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 212)    
sboonsaeng@carlbyoir.com, tthongnab@carlbyoir.com, pthanwajeran@carlbyoir.com, nsriwannavit@carlbyoir.com